ผู้เขียน หัวข้อ: บทเพลง...และเรื่องราวของ...ชรินทร์ นันทนาคร  (อ่าน 99669 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน


กระทู้นี้ขอเสนอบทเพลง...และเรื่องราวของ...ชรินทร์ นันทนาคร








ชรินทร์ นันทนาคร หรือ ชื่อเดิม ชรินทร์ งามเมือง (เกิด 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2476 ที่จังหวัดเชียงใหม่) ศิลปินนักร้อง นักแสดง ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี
พ.ศ. 2541 สมรสกับนางเอกภาพยนตร์ชื่อดัง เพชรา เชาวราษฎร์

ชรินทร์ นันทนาคร เป็นผู้ริเริ่มร่วมสร้างสรรค์เพลง สดุดีมหาราชา ซึ่งส่งผลให้ได้รับรางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ "สังข์เงิน" สาขาใช้ศิลป์สร้างสรรค์ให้เกิดความรักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

ชรินทร์ นันทนาคร ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่ขับร้องเพลงไทยสากลผสมผสานกับเพลงไทยเดิม มีท่วงทำนองสูงต่ำเอื้อนด้วยน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ชวนฟัง ออกเสียงอักขระได้ชัดเจน มีผลงานบันทึกแผ่นเสียงประมาณ 1,000 เพลง

ชรินทร์ งามเมือง เดิมชื่อ บุญมัย งามเมือง ศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย จบมัธยมการศึกษาจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ และโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ กรุงเทพมหานคร เริ่มฝึกหัดร้องเพลงกับครูไสล ไกรเลิศ และเริ่มร้องเพลงสลับละครเวทีเรื่อง นางไพร เมื่อ พ.ศ. 2492 ด้วยเพลงดวงใจในฝัน และเริ่มบันทึกแผ่นเสียงจำหน่ายเป็นครั้งแรก และตามด้วยเพลง อิเหนารำพัน เมื่อ พ.ศ. 2494 จากนั้นย้ายกลับไปเชียงใหม่ ทำงานที่บริษัทกมล-สุโกศล สาขาเชียงใหม่ แล้วสำนักงานใหญ่เรียกมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำตำแหน่งแผนกบัญชี แผนกต่างประเทศ ไปจนถึงแผนกแผ่นเสียง จากนั้นทำงานเป็นเลขานุกรมที่องค์การยูซ่อม

ผลงานของชรินทร์ นันทนาคร ที่สร้างชื่อเสียง เป็นที่นิยมมาก ได้แก่ เพลงเรือนแพ มนต์รักดอกคำใต้ หยาดเพชร อาลัยรัก ทาษเทวี ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานจากเพลง อาลัยรัก ก่อนจะผันไปเป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ เมื่อ พ.ศ. 2514 มีผลงานในฐานะผู้ผลิตภาพยนตร์ทั้งหมดกว่า 19 เรื่อง โดยมีภาพยนตร์เรื่อง รักข้ามคลอง ที่ทำรายได้สูงที่สุด และภาพยนตร์ แผ่นดินแม่ ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของประเทศไทยที่สร้างในระบบ 70 มม. แต่หลังจากนั้นก็เลิกทำหนังไป เหตุเพราะวงการหนังที่เปลี่ยนไป จึงเกิดความเบื่อ

ต่อมาคุณวิเชียร อัศว์ศิวะกุล เจ้าของค่ายนิธิทัศน์โปรโมชั่น ติดต่อมาร้องเพลงและออกอัลบั้ม เรือนแพ เป็นอัลบั้มแรก นับจากนั้นจึงได้ยึดอาชีพนักร้องมาโดยตลอด จนได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "นันทนาคร" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ให้ความรื่นรมย์แก่ชาวเมือง" เพลงที่ชรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่าร้องบ่อยที่สุดมีเพลง "เรือนแพ" "หยาดเพชร" "ผู้ชนะสิบทิศ" ซึ่งเพลงหลังนี้ชรินทร์กล่าวว่าร้องมากกว่าหมื่นครั้งได้ ชรินทร์ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2541

ชรินทร์ นามสกุล งามเมือง ต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็น "นันทนาคร" ในปี 2503

ชีวิตส่วนตัว

ชรินทร์สมรสครั้งแรกกับ สปัน เธียรประสิทธิ์ มีบุตรสาวสองคนคือ ปัญญชลี เธียรประสิทธิ์ (เพ็ญชาติ) (สมรสกับ เศรณี เพ็ญชาติ เป็นมารดาของ ปวริศา เพ็ญชาติ) และปัญชนิตย์ เธียรประสิทธิ์ (สมรสกับชาวต่างชาติ เป็นมารดาของ ปัญญาริสา เธียรประสิทธิ์) ต่อมาได้หย่าขาดกัน ชรินทร์สมรสใหม่กับ เพชรา เชาวราษฎร์แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน

ผลงาน กำกับภาพยนตร์

น้ำผึ้งพระจันทร์ (2515)

แผ่นดินแม่ (2518)
 
ลูกเจ้าพระยา (2520)

ไอ้ขุนทอง (2521)

รักข้ามคลอง (2524)

รักมหาสนุก (2525)

บ้านน้อยกลางดง (2526)

บ้านสีดอกรัก (2527)

ผู้การเรือเร่ (2528)

ลูกทุ่งฮอลลิเดย์ (2529)

ฟ้าสีทอง (2530)

ผู้พันเรือพ่วง (2530)

คุณจ่าเรือแจว (2531)


ผลงานแสดงภาพยนตร์

สาวน้อย (2501)
 
นกน้อย (2507)

เงิน เงิน เงิน (2508)

หวานใจ (2513)




ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01/ต.ค./17 19:23น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ ภูฤดู ปักซัว

  • Administrator
  • *
  • ออฟไลน์
  • 4207
    3171
  • เพศ: ชาย
    • อีเมล์

กระทู้ ที่รอคอยเลยครับ พี่พร

กับนักร้องที่ชื่นชอบครับ

 :'e:133 :'e:133 :'e:133


ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
<a href="http://www.clocklink.com/clocks/5032-orange.swf?TimeZone=GMT0700&amp;" target="_blank" class="new_win">http://www.clocklink.com/clocks/5032-orange.swf?TimeZone=GMT0700&amp;</a>

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน


ชรินทร์ นันทนาคร : ขุนแผน ลูกแม่ระมิงค์
โดย  สุรชัย ดิลกวิลาศ



อันชีวิตของคนเรานั้น มากมายร้อยพันล้วนด้วยเรื่องราวที่ต้องพบพานผ่านมาจนตลอดตั้งแต่เมื่อแรกเกิดลืมตาดูโลก ตราบจนชีวิตลับดับสิ้นไป ล้วนแต่ต้องได้มีแต่เรื่องราวสุขสันต์จนถึงทุกข์แสนเศร้าจนยากจะลืม สุดแต่การกระทำ บุญกรรมวาสนาของแต่ละผู้แต่ละคนไป

      อาจินต์ ปัญจพรรค์ พี่ชายที่แสนดีของผมเคยกล่าวเขียนนำให้ในบทความชิ้นหนึ่ง ที่ผมเขียนส่งในนิตยสาร โทรทัศน์รายเดือน อันเป็นนิตยสารประจำ สถานีไทยโทรทัศน์ หรือที่เรียกคุ้นกันว่า สถานีโทรทัศน์ช่องสี่บางขุนพรหม เมื่อเกือบสี่สิบปีแล้ว ในทำนองว่า
          "ชีวิตคนเรา ถ้าเลือกหั่นออกมาแต่ละท่อนแต่ละตอน จะได้เรื่องราวไม่ต่างอะไรกับบทละครแห่งชีวิตที่น่าสนุกและประทับใจอย่างมากมายทีเดียว"
          ผมนึกถึงเขาขึ้นมา นึกถึงเพื่อนคนนี้ของผมขึ้นมา ก็ด้วยเพิ่งจะสะดุดตาเข้ากับข่าวอันเกี่ยวกับงานเลี้ยงฉลองวัยครบ 6 รอบ เจ็ดสิบสองปีของอดีตศิลปินตลกผู้มีชื่อเสียงกระเดื่องนามในยุคสมันหนึ่ง เมื่อกว่าสามสิบปี ดอกดิน กัญญามาลย์ และ ไล่ๆกันมาไม่กี่วัน อดีตนางเอกที่อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นนางเอกคู่ขวัญทีเกี่ยวกันกับงานสร้างและแสดงภาพยนตร์ไทย ที่เริ่มตั้งแต่วัยย่างเข้าสู่วงการธุรกิจบันเทิงภาพยนตร์ โดยฝ่ายสร้างได้แก่ ดอกดิน กัญญามาลย์ ดังกล่าว และฝ่ายที่ได้ชื่อว่า ก้าวสู่วัยแสดงคือ เพชรา เชาวราษฎร์ ซึ่งกำลังถูกกล่าวขวัญถึงชีวิตที่มืดมิดอันธกาลในดวงตามานานนับสิบๆปี และกำลังทำท่าที่จะลืมตามองดูโลกอีกครั้ง ด้วยความหวังของคนรอบข้าง และตัวเธอเองที่เฝ้ารอวันนั้น

         ดอกดิน กัญญามาลย์ ต่างเป็นคู่ขวัญกับ เพชรา เชาวราษฎร์ ที่เมื่อได้มาร่วมงานทางด้านการสร้างและแสดง ต่างก็ก้าวหน้าชื่อเสียงลือลั่นไปสู่ความมีฐานะทั้งเงินทองและชื่อเสียงด้วยกันทั้งคู่
        ที่ย้อนอดีตของ อดีตนางเอกและผู้อำนวยการสร้าง ผู้มีพระคุณต่อชีวิตของอดีตดาราสาวผู้นี้ขึ้นมา ก็เพื่อท้าวความถึงช่วงชีวิตของเพื่อนผม ชรินทร์ นันทนาคร หรือ ชรินทร์ งามเมืองในอดีต และหรือ "มัย" ของเพื่อนสนิท
         ซึ่งช่วงชีวิตหนึ่งของนักร้องหนุ่มลูกแม่ระมิงค์ เชียงใหม่ ผู้เคยสร้างประวัติความรักสนั่นก้องทั่วประเทศมาแล้ว ต่อกรณี ทาษเทวีผู้หาญเด็ดดอกฟ้า จนกลายเป็นตำนานความรักและตำนานแห่งบทเพลงทาษเทวีกับเด็ดดอกรัก และอีกหลายๆเพลงที่ยังอยู่ในความทรงจำของหนุ่มสาวยุคก่อนเก่าและถูกรื้อฟื้นเป็นเพลงใหม่ในยุคสมัยนี้
 
        ชรินทร์ นันทนาคร ร่ำเรียนเขียนอ่านจบมาจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอมเมอร์ช หรือ อัสสัมชัญพาณิชย์ การทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าทางด้านธุรกิจหรือส่วนตัวมักจะมีการวางแผน เตรียมแผนโดยตลอดจนเพื่อนฝูงที่สนิทสนมมักจะเรียกเขาว่า ขุนแผน
         ขุนแผน ตามความหมายที่พวกเรามอบให้แก่เขา นั้นหาใช่ความเจ้าชู้ใช้คารมหรือรูปโฉมเล่ห์หลอกอิสตรีก็หาไม่ ขุนแผนตามความหมายคือการทำอะไรจะต้องมีขั้นตอน มีแผนการขั้นตอนเสียทุกอย่าง

  


- รวงทอง ทองลั่นทม -

อย่างช่วงนั้น รายการรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ไทยเรื่องต่างๆ นิยมจ้างวงดนตรีและนักร้องชั้นนำไปโชว์เป็นรายการพิเศษ และมีบ่อยๆเป็นประจำ บางครั้งก็มีรีวิวละครเพลงสั้นๆ โดยนักร้องชั้นนำจับคู่รีวิวกัน สุเทพ วงศ์กำแหง มักจับคู่ร้องเพลงแสดงละครเพลงกับ สวลี ผกาพันธ์บ้าง เพ็ญศรี พุ่มชูศรีบ้าง ชรินทร์ก็ต้องทำให้แปลกกว่าใครเขาอื่น เขาเลือก รวงทอง ทองลั่นทม เป็นคู่แสดง และรีวิวประเภทนี้ แพร่ความนิยมไปถึงต่างจังหวัด ขุนแผน ก็เริ่มแผนของเขา
         เขาวางแผนสร้างข่าวให้แฟนเพลงสนใจในการที่จะจับคู่ร้องเพลงประจำกับ รวงทอง ทองลั่นทม ตามรายการเพลงในรอบกาล่าพลีเมียร์ ซึ่งได้จัดให้เปิดทำการฉายภาพยนตร์ไทยเป็นรอบแรก ตามโรงภาพยนตร์ที่นิยมกันในสมัยหนึ่ง และเกิดเป็นความนิยม
         มีอยู่ครั้งหนึ่งกลับมาจากที่ได้รับการติดต่อว่าจ้างไปร้องเพลงร่วมกับนักร้องเจ้าของสมญาเสียงน้ำเซาะหิน รวงทอง ทองลั่นทม ที่ภูเก็ต เขาก็แสร้งตีสีหน้าแสดงความวุ่นวายใจไปเตร่แถวถนนหนังสือที่มีนิตยสารบันเทิงหลายฉบับมีสำนักงานอยู่ที่นั่น คือย่านถนนนางเลิ้ง ตอนระหว่างถนนกระออมและสี่แยกจักรพรรดิพงษ์
        เจตน์ จริยา นักข่าวบันเทิงติดกับดักพอดี เมื่อถามถึงสาเหตุเขาก็ทำท่าทางบ่ายเบี่ยงอย่างเสียไม่ได้ บุ้ยใบ้ให้ผมซึ่งร่วมรู้กับแผนการของเขา เพราะเขาสู้อุตส่าห์มาเตี๊ยมถึงที่บ้าน
          "ไปถามไอ้แป๊ะมันเถอะ มันรู้เรื่องดี" โบ้ยมาให้ผม ที่รอจังหวะอยู่แล้ว
        ผมก็ฉอดๆตามแผนบอกเล่าไปในเชิงที่ว่าผู้คนเล่าลือหาว่ามีอะไรกุ๊กกิ๊กกับนักร้องที่ร่วมเดินทางไปร้องเพลงด้วยกัน ทำให้เขากลุ้มใจและพลอยเสียใจไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย
         แน่ละ แผนนี้ รวงทอง ทองลั่นทมกับสามีรู้แผนเป็นอย่างดี แผนเชยๆเก่าๆอย่างนี้แหละ พอเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ รายการกาล่าพลีเมียร์ภาพยนตร์ไทยเรื่องต่อมา ข้อความที่ลงประกาศเสนอรายการบันเทิงในรอบฉายดังกล่าว มีถ้อยคำประกาศว่า พิเศษ ชรินทร์ กับ รวงทอง เผยหัวใจกรณีข่าวลือเรื่องชู้สาวหมดเปลือกซึ่งก็ไม่มีใครลือหรอก ช่วยกันสร้างขึ้นมาเองแท้ๆ แฟนภาพยนตร์ แฟนเพลงก็สนใจกันไม่ใช่น้อย
         และวิธีการสร้างข่าวลือ เพื่อให้เป็นข่าวกันในวงการภาพยนตร์ไทยก็มีกันเรื่อยมา
         มุขอย่างนี้ เคยมีระดับดาราพระเอกนางเอกก็เอามาใช้กันบ่อยๆ ซ้ำๆซากๆ คิดว่าคงผ่านสายตากันมาบ้าง
          ขุนแผน ชรินทร์สร้างข่าวให้เป็นข่าว อย่างตอนสั่งบอลลูนใหญ่อัดแก๊สติดป้ายชื่อภาพยนตร์ที่เขาสร้างลอยบนท้องฟ้าเหนือโรงภาพยนต์เอ็มไพร์ได้แค่สองวันแก๊สในบอลลูนรั่วทำให้บอลลูนร่วงลงมากองกับพื้น สมองอันเฉียบแหลมฉับไวของเขา รีบออกข่าวเรียกร้องความเห็นใจทันทีโดยให้ข่าวในทำนองว่า ศัตรูผู้ประสงค์ร้าย ลอบใช้ปืนลูกกรดยิงบอลลูนจนทะลุ ข่าวอย่างนี้เขาก็เคยสร้างมาแล้ว

แต่ถึงจะได้ชื่อว่าเป็น"ขุนแผน" เป็นนักวางแผนก็เถอะ ฉลาดปราดเปรื่องแค่ไหนอุปมาที่ว่ากิ้งกือมีขานับร้อยนับพันขาก็มีสิทธิเดินตกท่อได้เหมือนกัน

        

  
- สปัน เธียรประสิทธิ์-

         อย่างตอนที่คิดการณ์วิวาห์เหาะ สมัยลอบรักกับภรรยาคนแรก สปัน เธียรประสิทธิ์ ทายาทมหาเศรษฐี เข้าทำนอง ดอกฟ้ากับชาวดิน หรือที่เพื่อนๆล้อกันว่า ดอกฟ้ากับหมาวัดนั่นแหละ แม้จะรักกันลอบรักกันสักแค่ไหน หนทางลงเอยด้วยความสุขตามประเพณีไม่มีเอาเสียเลย และยิ่งเป็นไปไม่ได้แม้ "คุณเล็ก" สปัน เธียรประสิทธิ์ สาวสวยหรูเด่นดังที่เพิ่งกลับมาสดๆร้อนๆจากอังกฤษจะมีใจเอื้อแวะเวียนมาที่ห้างกมลศุโกศลบ่อยครั้ง เพราะเป็นญาติสนิทเจ้าของห้าง มาทีไรเป็นได้พบหน้าค่าตาเสมียนหนุ่มหน้าตาดีแผนกแผ่นเสียงทุกทีไป

        มาเลือกแผ่นเสียงบ้าง พูดคุยกับเสมียนหนุ่มบ้าง แม้เจ้าของห้างจะมีลูกสาวอันนับญาติก็เท่ากับน้องสาวอย่างกมลา และกมลี สุโกศล แต่เธอก็ยังเด็กกว่าจะลงสนิทคุ้นเคยกับเสมียนหนุ่ม และรู้ว่าเสมียนหนุ่ม ชรินทร์ นันทนาคร มีโปรแกรมร้องเพลงในรายการพิเศษรุ่งอรุณตามโรงภาพยนตร์แทบเกือบจะทุกสัปดาห์ ดอกฟ้าสปัน ก็จะมีคุณอาภรรยาเจ้าของห้างร่วมไปเป็นเพื่อนชมรายการแทบจะทุกอาทิตย์

        และเมื่อรายการเลิกตอนสาย ไม้กันหมาอย่างผม ก็จะถูกชักชวนนั่งเคียงคู่ข้างหน้ารถยนต์ไปกับชรินทร์โดยมีดอกฟ้ากับคุณอาร่วมเดินทางท่องเที่ยวไปด้วย ไปตามจังหวัดใกล้ๆอย่างพระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐมเพราะสมัยนั้นยังไม่มีสวนสามพรานหรือบางปู ปากน้ำและเพราะบางแสนชลบุรีดูจะไกลและทุรกันดารเกินไป พัทยานั้นไม่ต้องกล่าวถึง เพราะยังเป็นทุ่งรกชายทะเล

       ความรักจะสุกงอมตอนไหนไม่ทราบได้ แต่มีอยู่คราวหนึ่ง เขามาปรารภและให้ช่วยหาปืนเถื่อนให้เขาสักกระบอกหนึ่ง แม้จะถามว่าต้องการไปทำไมก็ไม่ได้รับคำตอบ ผมเองก็จนปัญญาที่จะหาได้ เพราะไม่มีช่องทางเอาเสียเลย

        จนกระทั่งก่อนหน้าที่ ขุนแผน ลูกแม่ระมิงค์ คิดจะวางแผนการใหญ่ ในวันศุกร์วันนั้น ผมอกจากงานราชการที่แผนกประชาสัมพันธ์การรถไฟมาพบเขาที่ห้างกมล สุโกศล ดั่งเช่นเคยทุกวัน ที่ทั้ง สุเทพ วงศ์กำแหง นริศ อารีย์ ซึ่งบางทีก็มี อนันต์ เหล่าพาณิชย์ ซึ่งคนหลังนี้เป็นเพื่อนร่วมอัสสัมชัญคอมเมอร์ซ ที่ปัจจุบันคือ "บิ๊กบอส" ใหญ่ของ บริษัท ไทยซังเกียว จำกัด ซึ่งเป็นผู้คนพบและผลิตยารักษาโรคกระเพาะ จนได้รับการจดลิขสิทธิ์โลกมาร่วมเที่ยวเตร่หลังเลิกงานด้วย และเพราะอนันต์ออกจะอู้ฟู่กระเป๋าหนักกว่าพวกเราที่ยอบแยบเต็มทน

        พอปลอดคนปลอดเพื่อนๆ ชรินทร์ก็แอบกระซิบให้ผมแว่บออกจากงานเร็วกว่ากำหนดสักหน่อยมาพบเขาที่ห้างในวันจันทร์ ซึ่งไม่เป็นเรื่องยากลำบากอันใดเพราะผมนั้นกระโดดร่มเป็นประจำ เลิกงานก่อนเวลาอยู่แล้ว
         และในบ่ายแก่ๆ ตามนัด เมื่อผมโผล่เข้าไปในห้างทุกคนมองผมกันเป็นตาเดียว
          "ชรินทร์อยู่ไหน" นายห้าง กมล สุโกศล ถามผม
        ผมงุนงง จนกระทั่งคุณนายภรรยานายจ้าง เรียกผมเข้าไปในห้องทำงานถามย้ำอีกที แต่ผมก็ปฏิเสธไม่รู้ท่าเดียว
          "ชรินทร์นัดผมให้มาที่ห้างนี่ วันนี้แต่วันๆ นี่ครับ"
          คุณนายส่งโทรเลขให้ผมดูซึ่งมันเป็นโทรเลขที่ส่งมาจากจังหวัดเชียงใหม่ถึงชรินทร์ งามเมือง (นามสกุลเดิม) เนื้อความบอกว่ามารดาป่วยหนักให้เดินทางไปเชียงใหม่ด่วน
      
 ถ้าพิจารณาดูตามเนื้อความ ก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีโทรเลขแจ้งข่าวเจ็บไข้ได้ป่วยของมารดา ชรินทร์ก็อาจจะผลุนผลันเดินทางไปทันทีไม่บอกไม่แจ้งใคร ผมถูกถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกสองสามคำ แต่ก็ไม่ปริปากบอก เหตุผลที่ถามมากมาย ผมมาเข้าใจในตอนหลังว่า ตอนนั้นเป็นช่วงที่ต่างปกปิดเรื่องราวการหายตัวไปของสปัน เธียรประสิทธิ์ แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ก็มิได้ระแคะระคาย จนกระทั่งมีการตัดสินใจแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นแหละ ข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์รายวันเกือบทุกฉบับจึงรายงานกันทั่วไปหมด และเป็นช่วงที่ญาติพี่น้องทางฝ่ายครอบครัว ดอกฟ้าที่เป็นนายตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวได้ทั้งสองคนที่โรงแรมในจังหวัดพิษณุโลก พรากดอกฟ้ากลับมากรุงเทพฯ ปล่อยทิ้งให้ตัว ชรินทร์ถูกคุมขังอยู่ในสถานีตำรวจด้วยข้อหาเล็กน้อยเต็มทนในข้อหามีปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง ขังรวมกับไอ้เสือฆ่าคนตายราวข้อหาอุฉกรรจ์ ก่อนจะคุมตัวกลับมาสอบสวนและปล่อยที่กรุงเทพต่อมา
         แผนผิด หรือผิดแผน ในเรื่องนี้มีอยู่อีกสองสามแผนด้วยกันคือ

         ผิดแผนแรก คือ พาดอกฟ้าขึ้นรถด่วนเหนือและแวะลงเสียกลางทางที่พิษณุโลกด้วยความคิดว่า ถ้ากรุงเทพฯไหวทันติดตามหรือรอดักปลายทางก็จะคว้าน้ำเหลว
         ผิดแผนสอง คือ คิดและเข้าใจผิดว่าอันการจดทะเบียนสมรสนั้นจะต้องจดกันที่อำเภอในภูมิลำเนาบ้านเกิดที่เชียงใหม่
         ผิดแผนสามนั้นคือ ถูกควบคุมตัวมาทางเครื่องบินจากพิษณุโลกถึงดอนเมืองท่ามกลางผู้สื่อข่าวที่รุมล้อมรอบ เพราะได้ข่าวว่า ระหว่ามีการจับกุมตัวที่โรงแรมได้ถูกญาติผู้เป็นนายตำรวจของดอกฟ้า ลงมือลงไม้ด้วยความโกรธเสียหลายตุ้บ นักข่าวโดยเฉพาะ "สิงห์โตฮึ่ม … ฮึ่ม" สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช ลงทุนไปหาผมที่บ้านเพื่อช่วยมาประกอบตัวชรินทร์ทันที่เพื่อให้ "สิงโต" ซักถามลับเฉพาะรีบด่วนถึงข่าวเรื่องถูกซ้อม แต่แผนตามความคิดของชรินทร์นั้นต่างกัน เมื่อเขาถูกซักถามเรื่องที่ถูกลงไม้ลงมือ เขาปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะด้วยความคิดหวังว่า ถ้าพูดดีๆ พูดเพราะๆ แบบประนีประนอมเอาอกเอาใจญาติฝ่ายดอกฟ้า ความเมตตาคงจะปล่อยตัวให้มาร่วมอยู่กินกัน
         เปล่าเลย ถูกควบคุมมาถึงกรุงเทพฯ โดนปรับข้อหามีปืนเถื่อนแล้วก็ถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนดอกฟ้าถูกพาซ่อนตัว และกีดกันให้ห่างจากกันจนต้องวางแผนกันใหม่ ชนิดด้วยความร่วมไม้ร่วมมือของเพื่อนฝูง และนักข่าวหนังสือพิมพ์ แม้กระทั่งนายตำรวจ ชนิดที่ว่าวางแผนเหนือชั้นเหนือเมฆ จนได้ตัวมาแต่งงานอยู่กินกันจนมีพยานรักน่ารักเป็นสองสาว แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเลิกราหย่าร้างกันไปอย่างน่าเสียดาย
         ตำนานรักกระฉ่อนกรุงของสองคนนี้ ยังเป็นที่กล่าวขวัญถึงของผู้คนในยุคสมัยเมื่อกว่าสี่สิบปีต้นๆ และเล่าขานกันไปนาน  ...

วิวาห์เหาะของ ชรินทร์ งามเมือง (นามสกุลเดิม) เสมียนแผนกแผ่นเสียงของห้างกมลสุโกศล สามยอด วังบูรพากับ สปัน เธียรประสิทธิ์ นักเรียนอังกฤษลูกสาวมหาเศรษฐีเป็นตำนานของเพลง "ทาษเทวี" ที่ สง่า อารัมภีร์ ประพันธ์ไว้ให้จนทุกวันนี้
          ...เธอเป็นดอกฟ้า รู้ไหมว่าเราเป็นดั่งทาษเทวี
         แม้นไม่ปรานี ชาตินี้คงระทมอยู่เรื่อยไป...

          เสียงเพลงจากแผ่นเสียง ที่พรรคพวกเพื่อนพ้องของนักร้องหนุ่มเอามาเปิดออกอากาศจนดังระงมไปทั้งเมือง ตามสถานีวิทยุต่างๆ รวมไปทั้งบรรดาเพื่อนรักนักร้องของเขา และผมมีรายการจัดเพลงที่สถานีวิทยุทหารอากาศ ทุ่งมหาเมฆ ในยุคที่ สุวัฒน์ วรดิลก กำลังอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายจัดรายการ ยุคของ น.อ.ต.กำธน สินธุวานนท์ (ยศขณะนั้น ปัจจุบัน องคมนตรี) เป็นหัวหน้าสถานี ทุกเพลงที่เกิดจากการขับร้องของชรินทร์ งามเมือง กลายเป็นการจุดพลุชักนำให้สถานีวิทยุต่างๆ พากันเปิดเพลงของชรินทร์กันทั้งเมือง

         ไม่เพียงเท่านั้น เป็นช่วงระหว่างที่ภาพยนตร์ไทยเรื่อง "แก้วตานาง" กำลังทำการฉายอยู่ที่โรงภาพยนตร์คิงส์ วังบูรพา (ปัจจุบันห้างเมอร์รี่คิงส์) ภาพยนตร์เรื่องนี้จากการอำนวยการสร้างของ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร และมี ส.อาสนจินดา (ศิลปินแห่งชาติ) ล่วงลับไปแล้ว เป็นผู้กำกับการแสดง อาศัยที่ว่า ชรินทร์ งามเมือง มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับ ส .อาสนจินดา นับตั้งแต่ครั้งสมัยที่ ส.อาสนจินดากลับจากถ่ายภาพยนตร์เรื่อง "เสวตเตอร์สีแดง" ที่แสดงนำร่วมกับ รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง และ "ล้อต๊อก" ที่สหรัฐอเมริกา และชรินทร์ งามเมืองจะต้องเป็นผู้ร้องเพลง "เสวตเตอร์สีแดง" แทน ส.อาสนจินดาในเรื่อง จึงมีความสนิทสนมรักใคร่กันเรื่อยมา

         สมองอันเฉียบไวของ ส.อาสนจินดาจึงบังเกิดขึ้น ในช่วยระหว่างที่เรื่องราวของดอกฟ้าและเพลงทาษเทวีกำลังระงมกรุงกันอยู่ ซ้ำหนังสือพิมพ์ลงภาพข่าวเบื้องหลังเบื้องลึกกันแทบไม่เว้นแต่ละวัน ชรินทร์ งามเมือง จึงถูกติดต่อทาบทามให้ขึ้นปรากฎตัวบนเวทีโรงภาพยนตร์ก่อนการฉายภาพยนตร์เรื่อง "แก้วตานาง" ซึ่งนำแสดงโดย วิภา วัฒนธำรงค์ ทุกรอบ และปรากฏว่ามีประชาชนคนดูพากันเข้าชมอย่างล้นหลาม

        หาเงินหาทอง หารายได้จากการร้องเพลงสลับภาพยนตร์ไทยในครั้งนั้นด้วย รายได้ค่าตัวสูงไม่น้อย แต่ข่าวคราวของ ดอกฟ้า สปัน เธียรประสิทธิ์ ยังมีการกล่าวขวัญกันถึงไม่รู้จบ เพราะการที่ถูกแยกพรากโดยไร้ร่องรอยโดยมีนักข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันและนิตยสารเบื้องหลังต่างๆ พากันเสนอเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่นี้กันมิได้ขาด ผมเองก็พลอยเป็นคนดังไปด้วย โดยต้องต้อนรับเพื่อนนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์ของเรื่องราวเบื้องหลัง บางเรื่องบางตอนถึงที่บ้าน โดยเฉพาะ สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช ซึ่งยุคสมัยนั้นถือว่าเป็นหัวหน้าข่าวที่เฉียบคมและมีฝีมือระดับยอดเยี่ยมในยุทธจักรคนหนึ่ง

         สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช หรือ "ปรัศนีย์ 100 %" หรือ "สิงโต ฮึ่ม ฮึ่ม" ที่โด่งดังมากในยุคหนึ่ง ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และอาศัยที่มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวกับชรินทร์ งามเมือง ได้พยายามสืบเสาะที่จะหาแหล่งกบดานของ สปัน เธียรประสิทธิ์ ที่ถูกพาหลบซ่อนตัวเก็บเงียบโดยไม่มีบุคคลภายนอกล่วงรู้ว่าอยู่หนใด
         สุเทพ เหมือนประสิทธเวชแวะมาหาผมที่บ้านเหมือนอย่างเคย หลังกาแฟยามสายที่ร้านกาแฟ "ใต้จง" อันเป็นร้านกาแฟมีชื่อย่านบางลำพูซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในยุคสมัยนั้น
         เราพยายามทบทวนเบาะแสต่างๆ จากการพูดคุยจากความคิดที่ว่า แห่งไหน บ้านหลังใดจะเป็นที่เก็บตัวซุ่มซ่อนของ สปัน เธียรประสิทธิ์
        
         "สปันน่าจะต้องได้ข่าวความเคลื่อนไหวของชรินทร์บ้าง" เราพากันพูดถึงและเชื่อว่าทุกความเคลื่อนไหวผ่านหูผ่านตาเธอบ้าง
         มาทราบเอาในภายหลังว่า หนังสือพิมพ์ถูกห้ามขาดมิให้นำเข้าบ้าน วิทยุและรายการเพลงถูกปิดมให้ฟัง มีเพียงแผ่นเสียงเพลงสากล และเปียนโนกับหนังสือนวนิยายต่างๆ แก้เหงา แต่ถึงกระนั้น ภายหลังอีกนั่นแหละเสียงเพลงจากวิทยุจากข้างรั้วบ้านก็ยังรอดระงมมาให้ได้ยิน โดยเฉพาะเพลงจากเสียงของชรินทร์ที่เปิดออกอากาศกันแทบทุกรายการ
         ผมยังนึกและทบทวนไม่ได้ว่า สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช ไปได้เบาะแสมาจากไหนว่า สปัน เธียรประสิทธิ์ ไปถูกเก็บซ่อนตัวที่บ้านมารดาซึ่งแยกบ้านพักจากบิดา
          "เขาพูดๆ กันว่าถูกพาไปหลบอยู่บ้านแม่" สุเทพ เหมือนประสิทธิเวชบอกกับผมวันหนึ่ง
          "รู้ไหม แม่เขาชื่ออะไร อยู่ที่ไหน"
          ผมพยายามทบทวนความจำ จากที่ได้พูดคุยกันและการกล่าวถึงเรื่องส่วนตัวเท่าที่ได้เคยเป็น "ไม้กันหมา" ถูกชวนไปไหนต่อไหนตอนที่ความรักของดอกฟ้าสปันกับหมาวัดชรินทร์กำลังจะผลิดอกออกช่อ
          "ไม่แน่ใจนะ เห็นสปันเคยพูดว่า เคยไปเยี่ยมแม่ที่บางซ่อน ยังเคยถามว่าอยู่คนละบ้านกับคุณพ่อ หมอเปล่งหรือ" ผมว่า และอย่างที่นึกขึ้นได้
          "อ้อ พอจำได้แล้ว ดูเหมือนจะชื่อ สุนทรี อยู่แถวบางซ่อนนี่แหละ"
          เพียงแค่นี้ สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช นักข่าวหนังสือพิมพ์ผู้เยี่ยมยุทธก็สานต่ออย่างทันควัน และเกาะติดกับข่าวอย่างเข้าถึง

 สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช จะไปสืบเสาะที่ไหนต่อไปอย่างไรไม่ทราบได้ ผมมารู้ต่อมาว่า ในวันหนึ่งตอนบ่าย รถจิ๊ป (ซึ่งสมัยก่อนใช้นิยมเป็นรถตระเวนข่าว) แล่นไปจอดที่บ้านริมรั้วขอบเขตชิดหลังหนึ่งที่ริมถนนย่านบางซ่อนตรงใกล้กับที่ทางรถไฟตัดผ่าน
         หนุ่มนักข่าวร่างสมาร์ทหน้าตาจัดว่าหล่อเหลาคมสัน หนวดขลิบเรียวงามที่ริมฝีปาก มือถือบุหรี่กระป๋องการิคที่นิยมถือติดมือกันสำหรับหนุ่มสังคมในยุคนั้น เดินวางมาดอาดๆ หน้าขรึมไปกดออดที่ประตูหน้าบาน
         พลันที่สาวใช้ในบ้านเปิดประตูและยิงคำถามกับหนุ่มมาดเท่ห์ด้วยคำถามแรก
          "คุณมาหาใคร มาจากไหน"
          ถามอย่างนี้ ก็ตอบด้วยมาดขรึมที่วางไว้อยู่แล้ว
          "มาพบคุณสปัน ผมมาจากกองปราบ"
          แค่นี้ เท่านี้ มาดขรึมก็เป็นดุจเดิม สาวใช้ปิดประตูเพียงแง้ม หลักจากบอกให้รอสักครู่ และครู่เดียวที่สาวใช้กลับมาใหม่ เปิดประตูกว้างพร้อมกับเชิญเข้าไปนั่งในห้องรับแขกที่มีสุภาพสตรีวัยกลางคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ต่อ.....


  


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05/ม.ค./14 22:16น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

 
 ต่อ....




- สปัน เธียรประสิทธิ์ (ซ้ายสุด) กับคุณพ่อ และพี่ ๆน้อง ๆ-

 เพียงแค่เคารพและนั่งบนเก้าอี้รับแขก ทักทายกันแค่คำสองคำ เสียงฝีเท้าลงมาจากบันไดข้างบน สปัน เธียรประสิทธิ์นั่นเอง
          "อ้าว คุณสุเทพ ไปไงมาไงคะ"        ยังไม่ทันอธิบาย ยังไม่ทันตอบ สุภาพสตรีวัยกลางคนที่เป็นมารดา ซึ่งกำลังมีสีหน้าประหลาดใจอยู่แล้ว และยังมิทันเอ่ย เพียงมีสีหน้าและสายตาเป็นเชิงถามผู้เป็นลูกสาว
          "คุณสุเทพแกเป็นนักข่าวพิมพ์ไทย รู้จักเล็กดี" สปันบอกถึงที่มาที่ไปด้วยความพาซื่อ
          เท่านั้นเอง กลเม็ดหน้าขรึมตีสีหน้าว่ามาจากกองปราบก็พลันแตก
          "ไหนคุณบอกว่าเป็นตำรวจจากกองปราบ" เสียงเขียวและขรึมจากผู้เป็นเจ้าของบ้านดังขึ้น พร้อมกับผลุดลุกขึ้นยืน
          อย่างดื้อๆ ด้านๆ ข้างๆ คูๆ
          "ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นตำรวจ เด็กถามผมว่ามาจากไหน ผมก็บอกว่ามาจากกองปราบ ก็ผมเพิ่งไปทำข่าวมาจากกองปราบสามยอดนี่ครับ"
          "เชิญกลับได้ บ้านนี้ไม่ต้อนรับนักข่าวหนังสือพิมพ์"
          นั่นคือประกาศิตจากเจ้าของบ้าน เป็นการปิดฉากการสนทนาและต้อนรับ แต่นั่นก็คือเบาะแสที่ให้เป็นที่รับรู้แล้วว่า ดอกฟ้าสปัน เธียรประสิทธิ์ ถูกพามาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหลังนี้




-สปัน เธียรประสิทธิ์ (คนกลาง) ในงานแข่งรถโบราณ-

มาถึงเรื่องราววันที่ดอกฟ้า สปัน เธียรประสิทธิ์ถูกชาวดินชรินทร์ งามเมือง พาวิวาห์เหาะเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ครั้งแรกถูกจับได้ พาพรากแยกจากกันมาแล้ว
         เพราะ สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช เดินเข้าบ้าน สุนทรี อันเป็นแหล่งซุกซ่อนตัวของ สปัน เธียรประสิทธิ์เจ้าสาวคืนเดียวของเขา และแม้ความจะแตกที่ถูกจับได้ว่า มิได้เป็นตำรวจกองปราบ หากแต่เป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์และถูกตะเพิดออกมาจากบ้าน แต่ข่าวย่อมรู้ไปถึงหูของชรินทร์ งามเมืองอยู่ดี

         แผนอีกครั้งของ "ขุนแผน ลูกแม่ระมิงค์" จึงถูกวางขึ้น
        
         รถจิ๊ปเล็กถูกจัดเตรียมไว้พร้อม และแน่ละปัญหาด้านกฎหมายในการพาตัวเจ้าสาวคืนเดียวที่จะไม่ถูกข้อหาลักพา ได้มีการซักถามทางด้านข้อกฎหมายจนหมดสิ้นกระทงความกันแล้วผู้ที่ให้คำปรึกษาอย่างดีเป็นพวกนายตำรวจกองปราบ ไม่ว่าจะเป็น ร.ต.อ.ทิพย์ รื่นเริง พ.ต.ต.จรูญ ศรีมานนท์ปริญญา หรือแม้แต่ ร.ต.อ.เกีรยติ ตีระแพทย์ ฯลฯ ซึ่งสนิทสนมคุ้นเคยกับนักร้องในกลุ่มนี้เป็นอันดี เพราะนายตำรวจเหล่านี้เป็นนายตำรวจกองปราบปราม สามยอด ซึ่งอยู่ชิดติดกับโรงละครเฉลิมนคร (ปัจจุบันเป็นอาคารจอดรถยนต์ในย่านคลองถม แหล่งสินค้าหนีภาษีปลอมแปลงของคนจน)

          ละครเวทีที่โรงเฉลิมนครจัดแสดงละครเวทีประจำ และคณะละครตลอดจนทีมงานอย่างพระเอกนางเอก สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ พรรณี สำเร็จประสงค์ สุพรรณ บูรณพิมพ์ ฉลอง สิมะเสถียร ฯลฯ ไปจนถึงระดับ นักประพันธ์บทละคร สุวัฒน์ วรดิลก หรือนักดนตรีและเพลงอย่าง สง่า อารัมภีร์ จึงมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับนายตำรวจเหล่านี้จนยืดเยื้อต่อมาจนล้มหายตายจากกันไปก็มี
        ทำนองเดียวกัน นักร้องกลุ่มนี้แม้เป็นเพียงนักร้องสลับฉากละคร ที่เรียกว่า นักร้องหน้าม่าน ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นน้อง และเมื่อก้าวหน้ากลายเป็นนักร้องมีชื่อเสียงโด่งดังก็ยังคงเคารพนับถือกันมาจนทุกวันนี้
         มีนายตำรวจให้คำปรึกษากฎหมายเสียอย่าง หนทางช้างเผือกก็ดูสดใส และตอนนี้ผมเองก็ไม่ทราบว่ามีการนัดหมายอย่างไรกัน ถึงกำหนดวันวิวาห์เหาะหนสอง และกำหนดวันเวลาแน่นอน หรือสัญญากันทางไหน ผ่านใคร
         เพราะมาทราบว่า ในวันวิวาห์เหาะนั่นเอง บนถนนติวานนท์ย่าตอนบางซ่อนในยุคสมัยเมื่อเกือบสี่สิบปีก่อนนั้น ย่านนี้ออกจะเปลี่ยนน่าดู สองข้างฟากถนนยังเป็นท้องทุ่งบางแห่งถนนมีลาดยางมะตอยเป็นบางตน และบางตอนยังเป็นถนนลูกรังสีแดง นานๆ จะมีรถยนต์แล่นสักคัน
        
        รถจิ๊ปควบปุเลง ๆ มาบนถนน และเมื่อถึงหน้าถนนซอย เลี้ยวเข้าไปช้าๆ หนุ่มหน้าละมัยสวมแว่นสีดำสนิทราวจะปกปิดใบหน้าแท้จริง ขับรถจิ๊ปผ่านบ้านไปเที่ยวหนึ่งแล้ว พร้อมเสียงแตรกดในสัญญาณของจังหวะจบของดนตรี
           ซึ่งเสียงสัญญาณนี้ ผมเองก็เรียกไม่ถูก รู้แต่ว่าเมื่อดนตรีจะจบการบันเลงในแต่ละเพลงมักจะมีเสียงนี้ดังขึ้นพร้อมๆ กัน และเป็นอันรู้กันจนกลายมาเป็นสัญญาณแตรรถยนต์หรือเคาะประตูที่จะเป็นที่รู้กันว่า พรรคพวกนักดนตรีหรือนักร้องด้วยกัน
         แตรสัญญาณที่ว่าถูกกดไปแล้ว และรถจิ๊ปแล่นผ่านไปเที่ยวหนึ่งแล้วเลยไปกลับรถที่ห่างจากบ้านเล็กน้อย จนกระทั่งแล่นช้าๆ มาใกล้บ้านพร้อมเสียงสัญญาณอีกครั้งรถจิ๊ปแล่นเอื่อยๆ และจอดกึกตรงห่างจากประตูบ้านนิดเดียว โดยเครื่องยังติดอยู่
         พลันดอกฟ้า สปัน เธียรประสิทธิ์ ก็โผล่ออกมาในชุดกางเกงกะทัดรัด มีผ้าแพรสีสวยโพสศีรษะพร้อมกับแว่นตา ก้าวอย่างเร่งรีบขึ้นไปนั่งเคียงข้างคนขับ ที่เข้าเกียร์ในทันทีที่ผู้โดยสารขึ้นนั่งเรียบร้อย แล่นเร็วรี่ออกจากซอยไปสู่ถนนใหญ่มุ่งหน้าลัดเลาะไปสู่กรุงเทพมหานครจนยากที่จะมีใครติดตามได้ทัน
        
         รถจิ๊ปคันนั้นมุ่งหน้าข้ามสะพานพุทธยอดฟ้า ข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปบ้านพักของ ร.ต.อ.ทิพย์ รื่นเริง
         บ้านหลังนี้แหละเป็นรังรักที่ ดอกฟ้า กับ ชาวดิน ได้อยู่กินกันอย่างมีความสุข ซึ่งหลังจากรีบรุดทำการจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ใครก็มิอาจแยกพรากจากกันไปได้ นอกจากเป็นความประสงค์ต้องการของทั้งสองฝ่ายเอง
        
        แต่แล้วหลังการครองรักกันมาด้วยความสุข โดยมีพยานรักเป็นหญิงร่วมกันสองคนไม่ช้าไม่นานนักก็ถึงคราวล่มสลายเป็นการปิดฉากนิยายรักจากชีวิตจริงของ ดอกฟ้า กับ ชาวดินที่กระฉ่อนเมืองจนแทบสิ้น ท่ามกลางความเสียดายและสลดใจของเพื่อนผองคนใกล้ชิดของทั้งสอง

        แผนที่ "ขุนแผน ลูกแม่ระมิงค์" งัดเอามาใช้อีกครั้ง เมื่อเขามีความรักครั้งใหม่ที่เป็นความรักทีต้องซ่อนเร้นเหมือนครั้งแรกเริ่ม
        เพราะเขาไปริรักกับนางเอกภาพยนตร์ไทย ซึ่งเป็นนางเอกยอดนิยม เพชรา เชาวราษฎร์
        ความรักซ่อนเร้นของเขาในครั้งนี้ล้วนเป็นการวางแผนตั้งแต่แรกที่หาทางเข้าไปทอดไมตรีกับดาราสาวยอดนิยม (ยุคนั้น) ต้องซ่อนเร้นปิดบังทุกอย่าง วางแผนทุกอย่างกว่าจะสมหวัง เพราะยุคสมัยนั้น นางเอก พระเอกภาพยนตร์ นางเอกภาพยนตร์ไทยจำต้องปิดบังทุกอย่างกับสภาพแท้จริงของชีวิต โดยเฉพาะเรื่องของคู่ครอง ซึ่งเรื่องราวระหว่างเขากับอดีตนางเอก เพชรา เชาวราษฎร์ ล้วนเป็นเรื่องที่น่าทึ่งและน่าสงสารในบั้นปลายชีวิตปัจจุบันมิใช่น้อย
        ซึ่งผมจะนำมาเขียนต่อเนื่องกันโดยจากที่ได้ประสบด้วยตนเอง จากปากคำสัมภาษณ์จากผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดในลำดับต่อไป

        ผมเขียนความเรื่องนี้ขึ้นมาจากประสบการณ์ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและรับรู้ในหลายช่วงตอน ซึ่งอาจจะผิดแผกแตกต่างไปจากคำบอกเล่า หรือได้ยินได้ฟังกันมาจากคนอื่น
         และการเอ่ยกล่าวตัดส่วนตอนในเรื่องราวชีวิตของ ชรินทร์ นันทนาคร ในส่วนนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะเล่าท้าวความถึงสมญานาม "ขุนแผน" ที่เขาได้รับ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ชีวิตของเขา
         ก้อ ชีวิตคนเรานั้น ถ้าเลือกหั่นเลือกตัดทอนออกมา มันจะได้เรื่องราวชีวิตมากมายหลายตอนทีเดียว อาจินต์ ปัญจพรรค์ พี่ที่ผมรักและนับถือเคยกล่าวไว้ในทำนองนี้มิใช่หรือ




ขอขอบคุณ บทความของคุณสุรชัย ดิลกวิลาศ ค่ะ

  


ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05/ม.ค./14 22:30น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

สารบัญเพลงอมตะ ชรินทร์ นันทนาคร ศิลปินแห่งชาติ

เรียงชื่อเพลงตามตัวอักษร และลำดับที่วางเนื้อเพลง

ลำดับที่             หน้า                   ชื่อเพลง   




034                          3                           ไกลบ้าน
045                          4                           กุหลาบในมือเธอ
046                          4                           กุหลาบแสนสวย
055                          4                           กลับมาหาพี่เถิด
065                          5                           กากีเหมือนดอกไม้
077                          6                           กาสะลองบานแล้ว
083                          6                           กว๊านพะเยา
105                          8                           แก้วกัลยา
114                          8                           กลิ่นแก้ว
115                          8                           แก้วตากลอยใจ
116                          8                           ไกลนุช
130                          9                           กล้วยน้ำไท
150                        11                           กฏชีวิต
157                        11                           กลิ่นราตรี
176                        12                           กุหลาบเวียงเหนือ
186                        13                           ก็งามอยางนี้
215                        15                           กล่อมแผ่นดิน
217                        15                           กาที่ใฝ่หงษ์
218                        15                           การะเกด (การะเกดจอมขวัญ)
219                        15                           กินรีหลงฟ้า
221                        15                           เกล็ดแก้ว
222                        15                           แก้วใจขวัญจิต
223                        15                           กฐินแมวไทย
261                        18                           กุสุมายอดรัก
263                        18                           ไก่ฟ้า
274                        19                           แก้วตานิทราเถิด
314                        21                           กำศรวลศรีปราชญ์
315                        22                           กลับหมอน


050                          4                           ขอรักคืน
058                          4                           ขอให้พี่
059                          4                           ข้ามขอบฟ้า
117                          8                           ขวัญหาย
125                          9                           ขอให้เหมือนเดิม
131                          9                           ขวากรักในม่านใจ
147                        10                           ขอโทษสักครั้ง
165                        12                           ขวัญกระเจิง 
226                        18                           ขวัญใจคนจร
227                        16                           ข้าวประดับดิน

 

040                          3                           ค่ำแล้วในฤดูหนาว
060                          5                           คำมั่นสัญญา
073                          5                           คนเลวของเธอ
074                          5                           โคมทองแห่งชีวิต
093                          7                           คิมหันต์พิศวาส
106                          8                           คนพเนจร
118                          8                           คนธรรพ์รำพึง
124                          9                           คิดไว้ในใจ
132                          9                           คะนึงนุช
154                        11                           คนรักหนึ่ง
183                        13                           ความรักสีโศก
189                        13                           ค่าน้ำนม  (แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง)
192                        13                           คืนสุดท้าย (คืนนี้เป็นคืนสุดท้าย)
193                        13                           คืนสุดท้าย (เสียงกระซิบ)   
195                        14                           ค่อนคืน
196                        14                           ครวญ
204                        14                           คมแสนคม
205                        14                           ความหวังครั้งสุดท้าย
206                        14                           คืนนี้พี่เหงา
213                        15                           ครั้งหนึ่ง     
224                        15                           ค่าน้ำนม (น้ำตาเสือตก)
229                        16                           คนเหลือเดน(คนเดนคน)
230                        16                           คนทำลายรัก
231                        16                           คว้าลม
232                        16                           คิดถึง
233                        16                           คืนนั้นคืนนี้
234                        16                           เคียงเรียม
235                        16                           แค่คืบ
324                        22                           คนใจน้อย
325                        22                           ความจริงใจ



237                        16                           ฆ่าพี่เสียเถิด




120                          9                           งามแท้แม่งาม




025                          2                           จำพราก
066                          5                           จากน้อง
097                          7                           จงลิขิตชีวิตท่านเอง
098                          7                           จนกว่าชีวิตจะสิ้น
119                          8                           จอมใจจะเด็ด
202                        14                           จากดวงใจ
203                        14                           จันทร์เจ้า
209                        14                           ใจเดียว
210                        15                           เจ้าทุยเข้ากรุง
240                        17                           ใจฟ้าใจดิน
267                        18                           จนกว่าใจเธอจะไร้เจ้าของ
283                        19                           จันทร์สวาท
323                        22                           แจ่มจันทร์   
327                        22                           จุมพิตนวลปราง
332                        23                           จำจากเจ้า

           
087                          6                           ฉันจะรอเธอที่วังขนาย




 
043                          3                           ช่อทิพย์รวงทอง
049                          4                           ช้าก่อนพญายม
071                          5                           ชายสัญจร
152                        11                           ชุมพร
155                        11                           ช้ำอกเหมือนตกตาล
282                        19                           ชมละเวง
286                        20                           ชีวิตอนิจจัง
306                        21                           โชคดีที่รัก



020                          2                           ซ่อนรักรักซ้อน



305                         21                          ณ ที่นี้ฉันคอยเธอ




005                          1                           ดวงใจในฝัน
015                          2                           เด็ดดอกรัก
054                          4                           เดียวดาย
081                          6                           ดวงตาสวรรค์
076                          6                           ดาวคลี่
090                          7                           เดือนหงายที่ป่าซาง
094                          7                           ดาวใจร้าย
146                        10                           แด่ดาวดวงเดียว   
156                        11                           ดังไร้แผ่นดิน   
173                        12                           ดอกฟ้าในมือโจร
177                        12                           ดวงชีวัน
185                        13                           เด็ดดอกหญ้า
198                        14                           ดวงตาจ๋า
331                        23                           ดอกไม้เมืองเหนือ

021                          2                            ตะวันยอแสง
326                        22                            ตราชูความรัก


017                          2                           ถึงลวงก็รัก
172                        12                           ถ่านไฟเก่า
181                        13                           ถิ่นไทย
191                        13                           ถึงบ้าน
   

006                          1                           ทาสเทวี 
009                          1                           ท่าฉลอม (ที่มาของเพลง "ท่าฉลอม")
078                          6                           ที่รัก
084                          6                           ทุ่งรวงทอง                           
137                        10                           แท๊กซี่     
162                        11                           เทพธิดาฮ่อ
255                        18                           ทัดดาวบุษยา
257                        18                           ทาสทรมาน
285                        20                           ทับเทวา
287                        20                           ทุ่งมหาราช
313                        21                           ที่รักคืนนี้ฉันจะฝันถึงเธอ

     

051                          4                           ธารน้ำตา
082                          6                           เธอและฉัน
264                        18                           เธอไม่รู้
265                        18                           โธ่อกเรา
292                        20                           เธอน่าจะรักฉัน
299                        20                           ธารรักไทรโยค


022                          2                           ในอ้อมกอดพี่
024                          2                           เนื้อทองของพี่
048                          4                           น้องรัก
053                          4                           นิราศนุช
068                          5                           น้ำตาแสงไต้
112                          8                           โนรีจากคอน
126                          9                           น้ำตกสาริกา
139                        10                           น้ำตาทมิฬ   
161                        11                           นางในดวงใจ
149                        10                           น้ำทิพย์
174                        12                           นันทาเทวี
175                        12                           ในฤดูแห่งความรัก
184                        13                           นิดเดียว
211                        15                           น้ำตาไอ้ทุย
216                        15                           นางในสายฝน
249                        17                           น้ำค้างบนแก้มสาว
260                        18                           น่ารัก
329                        22                           น้ำตาชาย     

 

113                          8                           บาดแผลแห่งแผ่นดิน
121                          9                           เบื่อหมอน
138                        10                           บัวบาน
159                        11                           บุเรงนองลั่นกลองรบ
167                        12                           บ่วงกรรม
180                        13                           บ้านเก่า
243                        17                           บุเรงนองพ่ายรัก
288                        20                           บางรัก
293                        20                           บางหลวง
303                        21                           บางกระบือ


 

075                          6                           ปากนครแห่งความหลัง
080                          6                           ปีใหม่ไม่คลายรัก
104                          7                           ป่าซางกลางใจ
245                         17                          ปานทิพย์เทพี
291                         20                          โปรดให้พี่รัก
328                         22                          ป่าลั่น



259                         18                          ผิดเพราะรัก
276                         19                          ผู้ชายก็มีหัวใจ                 
320                         22                          ผมมวย


         
023                          2                           ฝันดีเถอะนะ
088                          6                           ฝันสลาย


010                          1                           เพราะขอบฟ้ากว้าง
029                          2                           พ้อ
033                          3                           พระเจ้ารู้ทีหลัง
036                          3                           พี่รักเจ้า
052                          4                           พี่คอย(คอยพี่)
056                          4                           พรากหัวใจ
067                          5                           เพื่อน้อง
086                          6                           พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้
143                        10                           เพลงรักเพลงรำ
148                        10                           เพลงรักเที่ยงคืน
163                        11                           เพชรแท้
182                        13                           เพียงเงา
194                        13                           พนาสวรรค์ 
236                        16                           พราวจ๋าพราว
238                        16                           พรหมพิการ
275                        19                           พสุธาที่ข้ารัก
316                        22                           เพียงพิศ
317                        22                           เพื่อนใจ
330                        23                           พี่ต่ำเพียงดิน

 

295                         20                         ฟ้าอาธรรม์


108                         8                            มรสุมสวาท
158                        11                           ไม่อยากให้โลกนี้มีความรัก
190                        13                           แม่
250                        17                           เมื่อคืนนี้     
266                        18                           ไม่ลืมเธอ
268                        18                           แม่จอมขวัญ

   

063                          5                            ยังคอย
128                          9                            ยิ้มทั้งน้ำตา
129                          9                            เย้าหน่อยอย่าน้อยใจ
142                        10                            ยอดพิศวาส
160                        11                            ยังรักเธออยู่
220                        15                            ยอดอนงค์
269                        18                            ยามดึกนึกหนาว

 
007                          1                            รักข้ามขอบฟ้า
008                          1                            เรือนแพ
019                          2                            ราตรีแห่งความฝัน
038                          3                            รอยรักรอยเล็บ
070                          5                            รมดี
096                          7                            รักรวง     
103                          7                            ร่มฟ้าป่าซาง
122                          9                            รักไม่มีพรมแดน
153                        11                            รอยจบของความรัก
166                        12                            รักนิรันดร์
207                        14                            ราตรีที่สงขลา
212                        15                            รอยไถ
270                        19                            รักแท้
289                        20                            (รักอยู่ไม่ไกล)
301                        21                            รุ่งทิวา                       



011                          1                            ลมสวาท
012                          1                            ลุ่มเจ้าพระยา
035                          3                            โลกหมุนเวียน (เกิดมาเพื่อใช้กรรม)   
044                          3                            ละเมิดกฎสวรรค์
062                          5                            ลืมคำสั่ง
064                          5                            ลืมไม่ลง
072                          5                            ลาก่อนความรัก
091                          6                            ลานเท
092                          6                            ลมจ๋า
144                        10                            ลาทีความรัก
169                        12                            ลืมอ้อมทรวง
178                        12                            ลาไทร
188                        13                            ลาใจ 
208                        14                            ลืมรัง
244                        17                            ลมหายใจนี้มีเพื่อรัก
248                        17                            ล่องโขงคืนเพ็ญ 
258                        18                            ลาทีมิใช่ลาก่อน
296                        20                            โลกลืมสร้างเธอเพื่อฉัน
304                        21                            ลาแล้วป่าซาง
307                        21                            ลาวคำหอม
318                        22                            ละครชีวิต
319                        22                            ลูกเจ้าพระยา


016                          2                           วิญญาณพิศวาส
134                          9                           วิสาขบูชา



311                        21                            ศรีนวล


 
014                          1                            แสนแสบ
018                          2                            สั่งฟ้าฝากดิน
028                          3                            สั่งเรียม
037                          3                            เสียแรงรักใคร่
047                          4                            สูงเกินใจ
030                          3                            สายชล (1)
031                          3                            สายชล (2)
032                          3                            สายชล (3) 
061                          5                            สงขลา
089                          6                            สมการรัก
100                          7                            แสงสูรย์
101                          7                            สายน้ำสายสวาท   
102                          7                            สายสวาท   
109                          8                            สายโลหิต  ( 1 )
110                          8                            สายโลหิต  ( 2 )
123                          9                            สุขสันต์วันปีใหม่
164                        11                            แสนคิดถึง
170                        12                            สู้
179                        12                            สวย
246                        17                            สไบแพร
251                        17                            สุดฟากฟ้า
253                        17                            สเว็ตเตอร์สีแดง
277                        19                            สาวน้อย
280                        19                            สวนสน
322                        22                            เสียขวัญ

                       

013                          1                            หักใจไม่คิด
026                          2                            หนาวผู้หญิง
039                          3                            หากรู้สักนิด
041                          3                            เหมันต์ที่ฉันเศร้า
042                          3                            เหมันต์พิศวาส
057                          4                            หยาดเพชร                 
085                          6                            หยาดรุ้ง
107                          8                            หนาวรัก
111                          8                            หลับตาก็ฝัน
127                          9                            หัวเราะทั้งน้ำตา
145                        10                            หมายแข 
151                        11                            หัวใจเปลือย 
197                        14                            เหมือนไม่มีหัวใจ
247                        17                            ไหนเจ้าว่ารักพี่
262                        18                            เหมือนชีพสลาย
281                        19                            หนี้มาร
284                        19                            หยาดฝนแรก
290                        20                            หลงคอยแต่เธอ
298                        20                            เหนือธรณี   
300                        21                            เหมือนกอดโลก
312                        21                            หาดกับฟ้า



               
027                          2                            อาลัยรัก
099                          7                            อยากให้เหมือนเมื่อวาน
171                        12                            เอื้องฟ้าเวียงดอย
187                        13                            แอ่วดอกเอื้อง
239                        16                            อย่าร้องไห้
294                        20                            เอื้องจ๋า
297                        20                            อิเหนารำพัน
302                        21                            อกฟ้าอกเรียม
321                        22                            อิเหนารำพึง


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14/พ.ค./18 05:14น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

<a href="https://www.youtube.com/v/09uxA3KCUTY?version=3&amp;amp;hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/09uxA3KCUTY?version=3&amp;amp;hl</a>
 เครดิต : คุณวิทวัส สระทองคำ และ youtube


เพลง "ดวงใจในฝัน"

คำร้อง/ทำนอง : ไสล ไกรเลิศ
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร

รำพึงรำพันฝันรัก รักเอยใฝ่หา
ยังจำติดตา ชวนปลื้ม ฉันลืมไม่ลง
เป็นรอยพิศวาสปักใจมั่นคง
ฝังใจพะวงหลงรอคอย

อาวรณ์ใจครวญหวนคิด  คิดจนพร่ำเพ้อ
พาใจละเมอหมองหม่น คิดจนเลื่อนลอย
ยามนอนถอนสะอื้นตื่นตาแลคอย
คิดจนดาวลอยคล้อยเมฆา

ฝันกอดเชยชม
ภิรมย์รื่น พี่ชื่นตื่นผวา
จนใจไม่มีใครเมตตา
 เพียงนิทรา นิจจานึกว่าสุขเอ๋ย

บางคืนมองจันทร์หรรษา นิจจาอกฉัน
บางคืนขาดจันทร์เยือนหล้า น้ำตาหลั่งเคย
ลมเอยพริ้วยังแผ่วไม่มีแววเลย
เหงาใจจริงเอยหลงเชยแต่เงา



:'e:135 :'e:135 :'e:135


+1 โดย ชัช

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11/ธ.ค./17 01:39น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

   

เครดิต : คุณNititad AOA Official  และ youtube

เพลง "ทาสเทวี" 

คำร้อง/ทำนอง : สง่า อารัมภีร
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร

บุญฉันมีแต่คงไม่ถึง
ฟ้าจึงไม่เวทนา
คอยเฝ้าแต่คอยทุกครา
ดวงจันทราไม่ลอยเลื่อนมาใกล้เรา

คงแหงนคอยแต่คอยหาย
 เสียดายดวงจันทร์ไม่บรรเทา
ลอยลับไม่เหลือแม้เงา
รู้หรือเปล่าว่าเรานี้ช้ำชอกฤดี
 
เธอเป็นดอกฟ้า...
รู้ไหมว่า เราเป็นดั่งทาสเทวี
แม้นไม่ปราณี
ทาสนี้คง ระทมอยู่ร่ำไป

รอฉันรอด้วยใจวิงวอน
ขอบังอรเมตตารับฝากใจ
เพียงยิ้มสักนิดฤทัย
ฉันคงปองเรื่อยไป
ด้วยธุลี...เมตตาของเธอ


ตำนานเพลงดอกฟ้ากับชาวดิน หรือ ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ ครูสง่า อารัมภีร ประพันธ์ไว้ให้ ได้ฟังมาจนทุกวันนี้



:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11/ธ.ค./17 01:41น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน


<a href="https://www.youtube.com/v/vMlnNgP9dy8?version=3&amp;amp;hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/vMlnNgP9dy8?version=3&amp;amp;hl</a> 
เครดิต : คุณnararin naka และ youtube

เพลง "รักข้ามขอบฟ้า"

คำร้อง : โคลงโลกนิติ กาพย์โดย ทวีปวร
ทำนอง : สง่า อารัมภีร
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


รักกันอยู่ขอบฟ้าเขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียวร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียวตาต่อกันนา
เหมือนขอบฟ้ามาป้องป่าไม้มาบัง

รักกัน...ข้ามขอบฟ้า
ส่งใจมาแจ่มจีรัง
เขาเขียวป่าเปลี่ยวบัง
ยังเสมือนห้องครองรักเดียว

ชังกันผันพักตร์แล้ว
เนตรงามแผ้วหรือแลเหลียว
โอ้...ฟ้าป่าทิวเทียว
มาพรากให้ไกลจากกัน



:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

<a href="https://www.youtube.com/v/xfu7mwYgcxY?hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/xfu7mwYgcxY?hl</a> 
เครดิต : คุณplai ploy และ youtube


เพลง "เรือนแพ"

คำร้อง : ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง : สง่า อารัมภีร
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา
หริ่งระงมลมพลิ้วมา
 กล่อมพฤกษา ดังว่าดนตรี

หลับอยู่ในความรัก รับความชื่น
ชั่ววันและคืนเช่นนี้
กลิ่นดอกไม้รัญจวน ยังอบอวลยวนยี
สุดที่จะพรรณนา

เรือนแพ ล่องลอย คอยความรักนานมา
คอยน้ำค้างกรุณา
หยาดมา จากดาราแหล่งสวรรค์

วิมานน้อย... ลอยริมฝั่ง
ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
หิวหรืออิ่ม ก็ยิ้มพอกัน
ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์
โอ้สวรรค์... ในเรือนแพ




ที่มาของเพลง..."เรือนแพ"

ในบรรดาเพลงประกอบภาพยนตร์ของ บริษัทอัศวินภาพยนตร์ ที่โด่งดังเป็นอมตะ และได้รับความนิยมนั้น นอกจาก เพลงคืนหนึ่ง แล้ว เพลงเรือนแพ ที่ ชรินทร์ นันทนาคร ขับร้องไว้ ก็เป็นเพลงที่ฮิตมากอีกเช่นกัน
.....
เพลงเรือนแพ
คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง สง่า อารัมภีร ขับร้อง ชรินทร์ นันทนาคร

เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา
หริ่งระงมลมพลิ้วมา กล่อมพฤกษา ดังว่าดนตรี
หลับอยู่ในความรัก รับความชื่น ชั่ววันและคืนเช่นนี้
กลิ่นดอกไม้รัญจวน ยังอบอวลยวนยี สุดที่จะพรรณนา

เรือนแพ ล่องลอย คอยความรักนานมา
คอยน้ำค้างกรุณา หยาดมา จากดาราแหล่งสวรรค์
วิมานน้อย ลอยริมฝั่ง ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
หิวหรืออิ่ม ก็ยิ้มพอกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์

โอ้สวรรค์ ในเรือนแพ

เป็นเพลงเอกในภาพยนตร์ เรื่องเรือนแพ ของ อัศวินภาพยนตร์ ซึ่ง ชรินทร์ นันทนาคร เป็นผู้ขับร้อง และบันทึกเสียงเป็นคนแรกในปี พ.ศ. 2504

เพลงนี้ เป็นเพลงเอกเพลงหนึ่งของ ครูชาลี อินทรวิจิตร ที่แต่งคู่กันกับ ครูสง่า อารัมภีร ซึ่งความเป็นมาของ เพลงเรือนแพ เพลงนี้ ครูชาลี อินทรวิจิตร เขียนเล่าไว้ใน หนังสือบันเทิงบางที ดังนี้ว่า

"...เพลงแหวนรัก เพลงนี้เพราะจริงๆ ผมร้องสลับในละคร เรื่องนันทาเทวี ของ อัศวินการละครและภาพยนตร์ เป็นพระนิพนธ์ของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล เพลงที่เปิดประตูให้ผมเดินเข้าไปในวังอัศวินไปเข้าเฝ้า

และบัดนี้ ผมกำลังอยู่เบื้องพระพักตร์ของ สมเด็จพระองค์ชายใหญ่ของดารา ของสถาบันภาพยนตร์และองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะของศิลปินนักแสดง

เสด็จฯ ทรงรับสั่งอย่างเป็นกันเอง แบบ สง่า อารัมภีร (แจ๋ว) ก็นับว่า เสด็จทรงพระกรุณาเป็นล้นพ้นแล้ว

"ฉันรู้จากแจ๋วว่า แกแต่งเพลงร้องเองสลับฉากละครของ ศิวารมณ์ เทพศิลป์ และยังแต่งเพลงให้หนังไทยหลายต่อหลายเรื่องใช่ไหม?" เสด็จรับสั่งกับผม

ผมกราบถวายความเคารพ ก่อนจะตอบว่า "พ่ะย่ะค่ะ"

"ฉันจะให้แกแต่งเพลง "เรือนแพ" ให้แจ๋วแต่งทำนอง อยากให้คนรุ่นใหม่อย่างแก ใช้อาภรณ์จากธรรมชาติ ใช้อารมณ์จากห้วงน้ำ สร้างอุปรากรงานเพลงที่งดงาม เป็นภาษาดนตรีและภาษาอักษร ใช่เป็นเพลงนำในภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ที่ฉันร่วมงานสร้างกับฮ่องกง

เรื่องนี้ฉันแต่งไว้เพลงหนึ่งแล้ว คือ "เงาไม้" ให้แกแต่ง 2 เพลง เพลงเรือนแพ เป็นเพลงไตเติล และอีก 1 เพลงเป็นเพลงอะไรก็ได้ ขอให้ไพเราะก็แล้วกัน

พระเอกคนที่ 2 เป็นนักร้องเสียงดีพอๆ กับ ชรินทร์ นันทนาคร ประมาณนั้น"

หลังจากเสด็จทรงเล่าพฤติกรรมของตัวละคร ความผูกพัน ความรักของสามชายกับหนึ่งหญิงให้ฟังอย่างละเอียดละเมียดละไมแล้ว กาแฟหนึ่งถ้วยกับน้ำเย็นก็ถูกพนักงานนำมาเสิร์ฟให้ทันที


21.00 น. เด็กพนักงานในวัง กลับเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือ เสด็จ แจ๋ว และผม เพียง 3 คนเท่านั้น ไม่เหลืออะไรเลย แม้แค่กาแฟถ้วยที่ 2

พระเอกคนแรกเป็นนักศึกษา ตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นนายร้อยตำรวจ คนที่ 2 เป็นนักร้องเสียงดี มีอนาคต พระเอกคนที่ 3 เป็นนักเลงชีวิตสู้ทุกรูปแบบ

ทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนรักกัน เช่าเรือนแพโกโรโกโสหลังคาทะลุโหว่ มองเห็นพระจันทร์แง้มดวงเป็นเพื่อนดึกยามหลับนอน ทุกคนสมัครใจเช่าอยู่ร่วมกัน พอประทังชีวิตให้มีที่ซุกหัวนอนเท่านั้น

เรือนแพริมน้ำ ยามพายุกระพือโหม คลื่นกับฝนกระหน่ำซ้ำซัด ก็โกลาหลจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

แต่กระนั้น ฟ้ายังกรุณาปรานี ส่งกระแสสื่อความรักให้ลอยลิบๆ มากระซิบกับหัวใจ ให้พร่ำเพ้อละเมอหา แม่ชาวฟ้าที่ปรายตามาเยือน เพื่อนทุกคนเห็นเงาของดวงตาที่ซ่อนแอบเสน่หาไว้ภายใน

ตลอดเวลา เสด็จจะเสวยวิสกี้กับแจ๋ว และคุยกันเสียเป็นส่วนใหญ่ นานๆ แจ๋ว ก็มาเคาะเปียโนให้เสด็จฟัง กว่าจะลงตัวก็ปาเข้าไป 24.00 น. เพิ่งจะได้ทำนองท่อนแรก ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของผม

เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสธารา
หริ่งระงมลมพลิ้วมา กล่อมพฤกษา ดังว่า ดนตรี
หลับอยู่ในความรัก รับความชื่น ชั่ววันและคืนเช่นนี้
กลิ่นดอกไม้รัญจวน ยังอบอวลยวนยี สุดที่จะพรรณนา

จบท่อนแรก เสด็จทรงอ่านเนื้อเพลงแล้วให้ผมร้องให้ท่านฟัง เสด็จพระองค์ชายใหญ่ท่านทรงพระปรีชาในด้านนี้อยู่แล้วไม่ทรงตำหนิอะไรเลย กลับทรงพอพระทัย กล่าวชมวรรคที่ 3 ที่ว่า "หลับอยู่ในความรัก"

เสด็จตรัสว่า "ดีกว่าหลับอยู่ในความฝัน มันล้ำหน้ากว่ากันเยอะ"

"เรือนแพ ล่องลอย คอยความรักนานมา
คอยน้ำค้างกรุณา หยาดมาจากดาราแหล่งสวรรค์
วิมานน้อยลอยริมฝั่ง ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์
โอ้สวรรค์...ในเรือนแพ"

กว่าเพลงจะจบก็ใกล้สว่าง เสด็จพระองค์ชายใหญ่ทอดพระเนตรเพลงท่อนจบอย่างพินิจพิเคราะห์

"เพลงบรรทัดที่ 2 คำร้องดีมาก ที่บ่งความหมายถึงคอยความรัก ความกรุณาจากแม่ชาวฟ้า ลูกสาวของเถ้าแก่เจ้าของเรือนแพ แต่ในคำบรรทัดที่ 4 ที่ว่า ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน ตรงนี้มันง่ายไปนะ ชาลี คิดใหม่ คิดใหม่ หาคำใหม่มาแทนคำว่า ทุกข์หรือสุขก็คล้อยตามกัน"

ตรัสแล้ว ทรงพาพระวรกายหายเข้าไปทำธุรกิจในห้องน้ำ แจ๋ว มองตามเสด็จ แล้วหันมามองหน้าผมอย่างเห็นอกเห็นใจว่า ผมจะหาคำอะไรมาทดแทน

ความหิว ความง่วง บวกกับความน้อยใจ ทำให้ผมคิดอะไรแวบเข้ามาในหัวใจทันที

"วิมานน้อย ลอยริมฝั่ง ถึงอ้างว้างหัวใจรำพัน
หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน ชีวิตกลางน้ำสุขสันต์
โอ้สวรรค์...ในเรือนแพ"

เขียนจบเพลง ผมเลื่อนเนื้อเพลงส่งให้ สง่า อารัมภีร แล้วผมก็หมุนตัวกลับลงบันไดไปข้างล่าง ขึ้นรถกลับบ้านทันที

จริงๆ แล้ว ประโยคที่ขีดเส้นใต้นั้น ผมตั้งใจเขียนประชดเสด็จท่าน เพราะผมหิวจริงๆ

หลายวันต่อมา ผมเจอแจ๋ว แจ๋วบอกว่า เสด็จโปรดคำใหม่นี้มาก หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกัน ก็เป็นอันรอดตัวไปครับ"



เครดิต : หนังสือ "ตำนานครูเพลง เพลงไทยสากล ลูกกรุง" โดย คีตา พญาไท
 


:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06/มิ.ย./16 14:12น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

<a href="https://www.youtube.com/v/fFTtmgnJTQ0?version=3&amp;amp;hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/fFTtmgnJTQ0?version=3&amp;amp;hl</a> 
เครดิต : คุณGMM GRAMMY GOLD OFFICIAL และ youtube


<a href="https://www.youtube.com/v/WtHML9VW9uQ?version=3&amp;amp;hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/WtHML9VW9uQ?version=3&amp;amp;hl</a> 
เครดิต : คุณVeera Puengboonpaisal และ youtube
เพลง "ท่าฉลอม" คุณอาชรินทร์ นันทนคร ขับร้องสด

เพลง "ท่าฉลอม" 
 
คำร้อง : ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง : สมาน กาญจนะผลิน
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม
แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก
ออกทะเล จะหาปลามาฝาก
แม่คุณขวัญใจคนยาก รับของฝากจากพี่ได้ไหม

โปรด เมตตารักพี่สักนิด
พี่มอบชีวิตอุทิศให้สาวมหาชัย
แบกความรัก ข้ามทะเลมาให้
ฝ่าลมและคลื่นเท่าไหร่ รักจึงได้ว่ายน้ำข้ามมา

ท่าฉลอม กับมหาชัย จะคิดทำไมว่าไกล
เชื่อมความรักไว้ดีกว่า
ตอบเพียงสักคำ ว่าไม่รักจะหักใจลา
ซ่อนตัวตามประสา จะหนีซ่อนหน้าห่างไกล

เรื่องทะเลนั้นพี่พอรู้
แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำฉันใด
หยั่งทะเลพอคะเนดูได้
แต่ความรักเกินครวญใคร่ ลึกเท่าไหร่ไม่รู้หยั่งถึง



:'e:135 :'e:135 :'e:135




  ที่มาของเพลง "ท่าฉลอม"

พลงนี้ บันทึกเสียง โดย ชรินทร์ นันทนาคร เมื่อ ปี พ.ศ.2504

ครูชาลี อินทรวิจิตร เขียนเล่าถึง ความบันดาลใจ ในการแต่ง เพลงท่าฉลอม นี้ เอาไว้ ในหนังสือ บันเทิง บางที ชาลี อินทรวิจิตร ว่า...

“...นี่หรือบ้านเกิดของผม กี่เดือนกี่ปี ก็ทึมทึบอยู่อย่างนี้ คนละแวกบ้านผมทุกคน มุ่งแต่จะทำมาหากิน ไม่มีใครเลยจะเสียสละทุ่มเทพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยว พักผ่อน ตกปลา หรือกินอาหารทะเลสดๆในวันสุดสัปดาห์

ก็ใกล้แค่นี้เอง ใช่ ท่าฉลอม ใกล้แค่นี้เอง

“แต่มันไกลหัวใจแกมากใช่ไหม หง่า พี่ไม่เคยเห็นแกแต่งเพลงให้บ้านเราสักเพลงเลย ดีแต่ไปแต่งให้บ้านอื่น เมืองอื่น ทุ่งรวงทอง งี้ แสนแสบ งี้ กว๊านพะเยา เอย สาวนครชัยศรี เอย”

ผมทะลุกลางปล้องขึ้นทันที...“อ้าว ทำไมล่ะ ผมจะแต่งเพลงให้แฟนผมมั่งไม่ได้เหรอ ศรินทิพย์ เขาเป็นสาวนครชัยศรี นะ”

“แล้วท่าฉลอมล่ะ มันเล็กมากใช่ไหม แกถึงแต่งไม่เป็น” พี่สาวผมว่า

“พี่อิจฉาเพลงล่ะซี” ผมพูดเบาๆ แบบเปรยๆ ไม่ได้ตั้งใจ

“ใช่ ฉันขี้อิจฉา ก็ยังดีกว่า คนหัวใจป่าช้าอย่างแก ไม่รู้คุณค่า ไม่รักแผ่นดินถิ่นเกิด เคยทำอะไรให้บ้านเราชื่นใจมั่งหรือเปล่า แก น่ะ”

หลังจากนั้น ครูชาลี อินทรวิจิตร ก็เดินทางไปที่ท่าเรือ เพื่อจะข้ามมายังฝั่งจังหวัดสมุทรสาคร ก็มีโอกาส ได้สนทนากับ ลุงเย็น นายท้ายเรือในเย็นวันนั้น จึงได้รับรู้ถึงเรื่องราวของ หนุ่มชาวตังเกชาวท่าฉลอม ที่หลงรักสาวมหาชัย ที่ชื่อ พยอม จนทำให้ ครูชาลี อินทรวิจิตร แต่ง เพลงท่าฉลอม ออกมาจนฮิตติดปากกันไปทั่ว และ เป็นเพลงอมตะ มาจนปัจจุบันนี้

“..กระแสคลื่นอันคลุ้มคลั่ง หรือจะขลังเท่ามนต์แห่งความรัก ที่ไอ้หนุ่มผิวทองแดง เพิ่งจะรู้จัก เริ่มจะริรัก ไหนจะมีปลาที่คัดแล้วว่าดี ผูกติดเอวอยู่ 2 – 3 ตัว ไหนจะเอาเสื้อผ้าผูกเทินหัวไว้ไม่ให้เปียก

แต่ความรักมันรออยู่ มันจึงว่ายตัดคลื่นปราดเปรียวเป็นฉลามกล้า ไปสู่ฝั่งมหาชัย เพราะ แม่พยอม หอมหัวใจ รอคอยอยู่แล้ว...

ชีวิต ไอ้หนุ่มตังเก ดำเนินไปในความรักได้ไม่ช้าไม่นาน สาวพยอม ก็ถูกพรากจากฝั่งมหาชัย ไปเป็นดอกไม้ประดับหูชายอื่นเมืองอื่นเสียแล้ว

ความรักของ ไอ้หนุ่มชาวเล เหมือนพายุผ่านไปชั่วแล่น ไม่เห็นหน

แต่พี่รักพยอมเหมือนรักทะเล นะ ที่ต้องเห็นต้องทนอยู่ตลอดชาติ

ชั่วลมหายใจ ผมก็ได้เพลงท่าฉลอมไว้ในใจท่อนหนึ่งว่า

“พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม แต่พี่ไม่ตรอม เพราะรักพยอมยามยาก” ซึมเศร้าไปกับคำเล่าของลุง” แต่ก็ต้องตื่นจากภวังคื เมื่อระฆังเร่งให้คนลงเรือ เพราะเรือกำลังจะออกจากท่าเรือข้ามมาฝั่งท่าฉลอมตั้งนานแล้ว และคนกำลัวจะเต็มจะข้ามกลับไปฝั่งมหาชัย

"เร็วคุณ เรือจะออกแล้ว"

ผมก็เร็วทันใจ วิ้งไปที่สะพานกระโจนเผลวลงไปที่เรือ เรือเบนหัวออกจากฝั่งทันทีแล้วก็นึกขึ้นมาได้รีบเดินหลีกคนมาทางท้ายเรือตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

"ลุง ผมลืมถามไป ลุงชื่ออะไรนะ"

"บุญเย็น"

"ขอบใจ ฝมจะเขียนเพลงจากชีวิตรักของลุงได้ไหม? "

"เพลงอาราย.......?

"ท่าฉลอม" เสียงสุดท้ายกลืนหายไปกับเสียงเครื่องยนต์

ขอขอบคุณ :  : หนังสือพ๊อคเก็ตบุค เรื่อง "บันเทิง - บางที" ชาลี อินทรวิจิตร


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13/เม.ย./15 20:51น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

[ Invalid YouTube link ]
เครดิต : คุณกรุงไทย มิวสิคออนไลน์ และ youtube

  เพลง "เพราะขอบฟ้ากว้าง" 

คำร้อง : สุรพล โทณะวณิก
ทำนอง : ป.วรานนท์
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


ป่านนี้แก้วตา นิทราคอยพี่
       โอ้ป่านฉะนี้ คนดีคงทุกข์โศกตรม
       คิดถึงคืนวัน ที่สองเรานั้นรื่นรมย์
       ต่างชื่น ต่างชม ภิรมย์รักกันมา
       
       บัดนี้พี่ยัง รักเธอไม่หน่าย
       สู้อยู่เดียวดาย ไม่คลายความรักแก้วตา
       รสรักยังตรึง ซาบซึ้งแน่นดวง วิญญา
       ขอเพียงแก้วตา สัญญาไม่เปลี่ยนใจ
       
       แต่เรานี้ ต้องอยู่ห่างกัน
       ต่างคนต่างฝัน ต่างคนตื้นตันทรวงใน
       เห็นดารา นึกว่าเนตรน้อง พี่หลงพี่จ้องมองไป
       เห็นเงากิ่งไทร พี่ยังเคลิ้มไปว่ากานดา
       
       อยู่ฟ้าเดียวกัน พระจันทร์ดวงหนึ่ง
       แปลกใจสุดซึ้ง ไยจึงไกลน้องหนักหนา
       ฟ้านี้ไกลไป ไม่เหมือนดังใจเสน่หา
       อยากใกล้กานดา อยากให้ขอบฟ้าแคบ ๆ เอย
 


:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28/ม.ค./19 02:03น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน


<a href="https://www.youtube.com/v/0-GytqB8Z5Y?hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/0-GytqB8Z5Y?hl</a> 
เครดิต : คุณรายการสำราญกรุง และ youtube

เพลง "ลมสวาท"

คำร้อง : แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง : สง่า ทองธัช
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


เสียง ลมพัดมาแต่ไกล
ฟังแล้วตรมจิตใจ
ฟังเหมือนใคร คร่ำครวญ

ฟัง...ดังเสียงเธอเรียกครวญ
เป็นสำนวนเศร้าใจ
ฟัง...ดังเสียงเธอกู่ไป
พาหัวใจเศร้าไม่วาย
ลม...เอ๋ย ลมพัดเลยเงียบหาย

โถ...เพียงหมายใจ
ให้ลมพาขวัญใจคู่ชม
มาภิรมย์แนบกาย
ลม ไม่รับคำดังหมาย
พาเสียดายใฝ่มองหา

ฉันครวญเพราะความเศร้าใจ
ครวญเสียงดังอย่างไร
ไม่เห็นใครตอบมา

โอ ลมเอ๋ย จงเมตตา
จงหวนมาแต่ไกล
พอ เอ่ยน้ำคำ
ออกไปพลันสมใจได้ชื่น ชม
ลม หวน ลมพัดทวนรื่นรมย์

ฉัน ครวญน้ำคำพร่ำไป
ลมเอ๋ยจงหอบไป
บอกขวัญใจเถิดลม
ลม ไม่รับคำให้ตรม
ลมหนอลม ช่างใจดำ
 


:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

[/youtube]
เครดิต : คุณAphirakchuchai78 และ youtube

  เพลง "ลุ่มเจ้าพระยา" 

 คำร้อง : แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง : นารถ ถาวรบุตร
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธารา ไหลล่อง
เพียง แต่มองหัวใจให้ป่วน
น้ำไหลไป มักไม่ ไหลทวน
ชีวิตเรา ไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน

เรา เกิดมา ผูกใจรัก กันดีกว่า
เพราะว่าชีวา แสน สั้น
เรา อย่าได้ กระเทือนหัวใจต่อกัน
ทิ้งชีวิตอัน สุขใจ

อย่าแตกกันเลยรักไว้ชมเชย ชิดมั่น
จง ผูกพันรักกันด้วยใจ
ขอจงเป็น เหมือนเช่น นกไพร
ที่เหิรบินคู่กันไป หัว ใจ คู่กัน



:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28/ม.ค./19 02:08น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน

<a href="https://www.youtube.com/v/XsE3_l9en6w?hl" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/XsE3_l9en6w?hl</a> 
เครดิต :คุณWanchai Mangkorn และ youtube


     เพลง "หักใจไม่คิด"   

คำร้อง : เกษม ชื่นประดิษฐ์
ทำนอง : สมาน กาญจนะผลิน
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


  ว่าจะ หักใจ มิคิด เยื่อใยใฝ่ถึง
แล้วไป ไม่ขอคนึง เลิก คิดถึง อีกต่อไป
แต่ความหลัง เมื่อครั้ง รักกันใหม่ ๆ
หวลคิด คราใด หักใจ มิได้อกเอ๋ย

กลับห่วง ไม่หาย น้องไป หนใดเล่าหนา
ลับเลย ไม่เคยหันหน้า กลับคืนมา หาพี่บ้างเลย
สุขไฉน หม่นใจฉันใดน้องเอย
มิรู้ เจ้าเลย เยื่อใย มิเคยนำพา

คุณงาม ความดี เจ้ามี พี่ซึ้งตรึงใจ
ถึงเจ้าพลั้ง พลาดไป ใช่ลืม น้ำใจแก้วตา
อันลิ้น กับฟันนั้น กระทบกัน ได้หนา
พี่พลั้ง ไปแล้วแก้วตาโปรด อย่าเคือง จงคิด อภัย

เจ้าอยู่ ใกล้ไกล หนใด จะไปเสาะหา
รับขวัญ ช่วยซับน้ำตา ปลอบกานดา หายข้อง ขุ่นใจ
กลับ เถิดหนา กลับมา สัญญากันใหม่
แค้นพี่ ไปใย อภัยแล้ว ดวงชีวา



:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11/พ.ย./17 02:45น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน

ออฟไลน์ จรีพร

  • Global Moderator
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 5557
    6442
  • เพศ: หญิง
  • เก่าแก่มานมนาน


เครดิต : คุณวิทวัส สระทองคำและ youtube

เพลง "แสนแสบ" 

คำร้อง : ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง : สมาน กาญจนะผลิน
ผู้ขับร้อง : ชรินทร์ นันทนาคร


อกพี่กลัดหนอง พี่หมองดั่งคลองแสนแสบ
เจ็บจำดังหนามยอกแปลบ แปลบ แสบแสนจะทน
โอ้ว่ากังหัน ทุกวันมันพัดสะบัดวน
อยากจะรู้จิตคน จะหมุนกี่หนต่อวัน

ย่างเดือนสิบสอง ฟากคลองเจิ่งนองน้ำหลั่ง
อยู่ไกลกันคนละฝั่ง ฝั่ง ยังร้องสั่งกัน
สิ้นเดือนสิบสอง น้ำนองแห้งคลองขอดพลัน
สิ้นความรักจากกัน เหมือนกังหันเปลี่ยนทางลม

แสนแสบ แสบแสนเปรียบแม้นชื่อคลอง
นี่คือโลงทองของเรียม ขวัญ เขาฝากชีพจม
แต่คลองยังช้ำ เหลือไว้แต่น้ำขุ่นตม
พี่จึงช้ำจึงช้ำขื่นขม ขม ตรมเสียกว่าคลอง

เจ้าจากพี่มา เจ้าลืมทุ่งนาฟ้ากว้าง
เจ้าลืมฟากคลองสองฝั่ง ฝั่ง ลืมทั้งทุ่งทอง
จวบจนบัดนี้ มิเห็นมีน้ำเจิ่งนอง
ชื่อว่าแสนแสบคลอง เหมือนคนหมองต้องแสบแสน


 
:'e:135 :'e:135 :'e:135


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=22536
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25/เม.ย./17 23:53น. โดย จรีพร »
ระยะทางพิสูจน์ม้า  กาลเวลาพิสูจน์คน