ผู้เขียน หัวข้อ: มะเร็งปากมดลูก  (อ่าน 1105 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ chomm

  • เทพ
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 1688
    712
มะเร็งปากมดลูก
« เมื่อ: 23/พ.ย./11 11:32น. »


             มะเร็งปากมดลูก

โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย และจะมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยมีสถิติของผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 คนต่อวัน และเป็นต้นเหตุทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่าปีละ 270,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 650 คน


ไวรัส HPV ที่มาของการเกิดมะเร็งปากมดลูก
"มะเร็งมากมดลูก" ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่มีสาเหตุสำคัญมาจากการติดเชื้อไวรัส ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แพทย์และนักวิจัยได้พยายามศึกษาหาสาเหตุขอโรคร้ายี้ และได้ค้นพบว่าประมาณ 99.7% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะตรวจพบไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า HPV (Human Papillamavirus) ตัวเชื้อไวรัสเองนั้นก็มีหลายสายพันธุ์ ซึ่งส่วนมากจะไม่ทำให้เกิดอาการใด ๆ และมักจะหายไปได้เองตามระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ในจำนวนนี้มีประมาณ 30 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นชนิดที่เกิดการติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศของหญิงและชาย

ปัจจุบันพบว่า การติดเชื้อ HPV จะพบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเยาว์ที่มีอายุระหว่าง 18 - 28 ปี หรือผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ทำให้เรามักจะพบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ จะมีอายุในช่วง 35 - 50 ปี สืบเนื่องมาจกระยะเวลาของการติดเชื้อจนกระทั่งป่วยเป็นโรคนี้ซึ่งใช้เวลานานนับ 10 ปี

สาเหตุหลักของการเป็นมะเร็งปากมดลูก

เชื้อ HPV ชนิดที่เป็นสายพันธุ์อันตรายและทำให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง ได้แก่ HPV 16 และ 18 นั้น เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 70% ซึ่งโอกาสที่จะได้รับเชื้อ HPV เหล่านั้นส่วนมากจะผ่านทางสัมพันธ์รักกับคู่นอนของคุณ โดยในบางคนที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อ HPV เหล่านั้นออกไปได้ ก็จะทำให้เกิดการพัฒนาจนส่งผลให้เป็นมะเร็งปากมดลูกรวมทั้งอาจทำให้เกิดมะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอดได้อีกด้วย

สำหรับผู้ชายหากมีการติดเชื้อ HPV ก็จะกลายเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสนี้ไปสู่บุคคลที่รักโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ผู้ชายที่ได้รับเชื้อเอชพีวีดังกล่าว ก็อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งทวารหนักและมะเร็งอวัยวะเพศชายได้เช่นกัน

นอกจากเชื้อ HPV ชนิดที่อันตรายและมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกแล้วยังมีเชื้อ HPV สายพันธุ์อื่น ๆที่มีความรุนแรงน้อยแต่ก็อาจนำมาซึ่โคติดต่อบางชนิดได้ เช่นโรคหูดอวัยวะเพศ (หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โรคหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ) เกิดจากการได้รับเชื้อ HPV 6 และ 11 ที่เป็นสาเหตุหลัก 90% ของโรคนี้ ลักษณะของโรคหูดอวัยวะเพศ คือมีตุ่มไตแข็ง หรือติ่งเนื้องอกออกมาบริเวณอวัยวะเพศ โรคนี้ถึงแม้ว่าจะรักษาได้แต่ก็มักจะมีโอกาส กลับมาเป็นซ้ำ ๆ อีก จึงส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจขอผู้ป่วย และทำให้รู้สึกเป็นกังวลกับการที่ต้องรักษาอยู่เรื่อย ๆ

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
ความสำเร็จจากการค้นพบสาเหตุและวิทยาการของการแพทย์สมัยใหม่ ได้นำมาสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70% ในส่วนที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่สำคัญ โดยองค์การอาหาร และยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ได้ให้การรับรองว่าวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์หลักเหล่านี้ได้ 100% ถ้าหาได้รับวัคซีนก่อนที่จะมีการติดเชื้อ นอกจากนี้ วักซีนดังกล่าวยังสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิดที่ไม่มีผลต่อการเกิดมะเร็ง แต่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศได้อีกด้วย

ด้วยประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมทั้งโรคหูดอวัยวะเพศ ทำให้วัคซีนมะเร็งปากมดลูกชนิด 4 สายพันธุ์ (6,11,16,18) นี้ ได้รับการยอมรับและผ่านการอนุมัติการใช้แล้วในประเทศไทย และกว่า 70 ประเส?ทั่วโลกนอกจากนี้ในประเทศชั้น้ำอย่างออสเตรเลีย และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา ยังได้ประกาศให้วัคซีนนี้เป็นภาคบังคับ สำหรับเด็กหญิงและผู้หญิงในช่วง อายุ 9-26 ปี อย่างไรก็ดีขณะนี้การวิจัยประสิทธิภาพของวัคซีนยังคงดดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง และได้ขยายผลครอบคลุมมาสู่กลุ่มผู้หญิงในช่วงอายุ 27-45 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้วการตรวจพบเป็บสเมียร์ PAP SMEAR อย่างสม่ำเสมอก็เป็นเรื่องที่สูติ-นรีแพทย์ ยังคงแนะนำให้ปฏิบัติอยู่ในส่วนของเชื้อ HPV เฉพาะสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุหลัก 70% ของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ในขณะที่เราอาจจะยังมีโอกาสติดเชื้อ HPV ในสายพันธุ์อื่น ๆ อีก 30% ที่อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน

การป้องกันเพื่อห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูก
โดยมีข้อแนะนำดังนี้

หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธุ์ตั้งแต่อายุน้อย จากพฤติกรรมของการมีเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน
ควรจะให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งมากมดลูกที่เรียกว่า"แป็บสเมียร์" (Pap Smear) ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วโดยควรที่จะรับการตรวจเป็นประจำทุก ๆ ปี เพื่อให้เราทราบว่า เซลล์บริเวณปากมดลูกมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือไม่

ข้อมูลโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=3640
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23/พ.ย./11 11:33น. โดย chomm »

ออฟไลน์ น้องดา

  • VIP
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 2123
    209
  • เพศ: หญิง
  • -
    • -
    • อีเมล์
Re: มะเร็งปากมดลูก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 24/พ.ย./11 15:33น. »

ขอบคุณมากค่ะพี่ชมที่นำความรู้เรื่อง มะเร็งปากมดลูกมาลงให้ได้อ่านค่ะ ตรวจทุกปีค่ะ ผ่านค่ะ :'e:120

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=3640
-

ออฟไลน์ บางนรา

  • VIP
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 499
    242
  • เพศ: หญิง
  • ไม่รู้อะ
Re: มะเร็งปากมดลูก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 27/พ.ย./11 18:02น. »

มะเร็งปากมดลูกเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวสำหรับคุณผู้หญิงจริงๆค่ะ เพราะบางคนอายไม่กล้าไปตรวจกว่าจะรู้ว่าเป็นหรือไม่เป็นบางคนก็สายไปแหละ ดังนั้นจึงควรหันมาใส่ใจน้องหนูกันเถอะค่ะ :'e:121 อายนิดหน่อยดีกว่ารักษาไม่ทันค่ะ.. :'e:106 :'e:106

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=3640