ผู้เขียน หัวข้อ: หัดเยอรมัน  (อ่าน 891 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ chomm

  • เทพ
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 1688
    712
หัดเยอรมัน
« เมื่อ: 22/พ.ย./11 12:42น. »


                    หัดเยอรมัน



โรคหัดเยอรมันหรือเรียนอีกอย่างหนึ่งว่าโรคเหือดเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ Rubella virus มีระยะฟักตัวของโรค 12-28 วัน (เฉลี่ย 2 สัปดาห์) เป็นโรคที่มักพบในเด็กวัยเข้าเรียน วัยรุ่น หรือวัยหนุ่มสาว

    ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ และ ออกผื่นคล้ายหัด แต่มีความรุนแรงกว่า และโรคแทรกน้อยกว่าหัด เนื่องจากแพทย์ชาวเยอรมัน เป็นผู้อธิบายว่าโรคนี้ เป็นโรคใหม่ที่ต่างจากหัดเป็นคนแรก โดยทั่วไปจึงเรียกโรคนี้ว่า หัดเยอรมัน ส่วนในบ้านเรา มีชื่อเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าเหือด

อาการ
มีอาการคล้ายเป็นหวัด อ่อนเพลียปวดศีรษะ เจ็บคอ เยื่อตาอักเสบ แฉะเหมือนเป็นหัด จะมีไข้ต่ำ ๆ ไม่รุนแรง หรืออาจไม่ปรากฏอาการไข้เลยโดยเฉพาะในเด็ก คลำพบต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหลังหู และคอ (เชื้อไวรัสจะเพิ่มจำนวนที่นี่) ต่อมา 1-5 วัน จะเริ่มมีผื่นเป็นเม็ดละเอียดสีแดง มักเริ่มขึ้นที่หน้า คอ แขน ขา และกระจายทั่วตัว บางคนอาจ มีอาการคันด้วย ผื่นนี้จะหายไปได้เอง ใน 3-4 วัน บางครั้งจึงเรียกว่า ไข้หัด 3 วัน
ในผู้ป่วยที่เป็นหญิงสาว อาจพบอาการปวดข้อ และ ข้ออักเสบด้วย
การติดต่อของโรค
ติดต่อทางระบบหายใจ เชื้อไวรัส ของหัดเยอรมันจะปะปนอยู่ในมูก น้ำลาย ละอองเสมหะ ของผู้ที่เป็นโรคนี้ เชื้อไวรัส จะอยู่ในลำคอของผู้ป่วยในระยะ 1 สัปดาห์ ก่อนและหลังมีผื่นขึ้น อาจพบเชื้อในเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ ได้อีกด้วย
อันตรายของหัดเยอรมัน
ในหญิงมีครรภ์ ระยะ 3-4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ถ้ามารดาได้รับเชื้อนี้ เชื้อไวรัสจะผ่านจากมารดาไปสู่ทารก ทางสายสะดือทำให้แท้งหรือเด็กในครรภ์ที่จะคลอดออกมาจะมีความพิการแต่กำหนิดได้ เช่น ตาเป็นต้อกระจก ต้อหิน สมองเล็ก หัวใจพิการแต่กำเหนิด ตับและม้ามโต หูหนวก ปัญญาอ่อน น้ำหนักตัวน้อย สมองอักเสบ ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนที่พบได้ ข้ออักเสบ ปวดข้อ มักพบในข้อใหญ่ ๆ เช่น ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหาย
การปฏิบัติตนเมื่อเป็นหัดเยอรมัน
ระยะมีไข้และออกผื่นต้องแยกของใช้ทุกนิด ไม่ใช้ของปะปนกับผู้อื่น รวมทั้งการรับประทานอาหารและการนอน ก็ควรแยกจากคนอื่น ๆ ถ้าคันบริเวณผื่นให้ใช้ยาฝาดสมานทา เช่น คาลาไมน์โลชั่น ดื่มน้ำมาก ๆ และรับทานอาหารอ่อนย่อยง่าย ผลไม้ มาก ๆ
ควรนอนพักอยู่กับบ้าน เพื่อป้องการการแพร่กระจายของเชื้อโรค เด็กไม่ควรไปโรงเรียน
ถ้าไข้สูงมาก ไม่ลด อาจมีข้อและสมองอักเสบ ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว
การป้องกัน
สตรีวัยรุ่นขึ้นไปควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันก่อนแต่งงาน
ฉีดวัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (ในเข็มเดียวกัน) ให้เด็กอายุ 15 เดือนขึ้นไป
หญิงหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้
เชื่อว่าคนที่เคยเป็นโรคนี้แล้วจะมีภูมคุ้มกันได้ตลอดชีวิต
ข้อจำกัดในการให้วัคซีน
ในหญิงมีครรภ์หามฉีดวัคซีนนี้
หญิงที่ฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันแล้ว จะต้องคุมกำเหนิดไว้ 3-6 เดือน (มีภูมิคุ้มกันได้ประมาณ 8-10 ปี) หญิงมีครรภ์ถ้าไปสัมผัสกับเด็กที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันมันจะไม่มีอันตรายใด ๆ
การให้วัคซีนหลังจากสัมผัสโรคแล้วไม่สามารถป้องกันโรคได้



ข้อมูลจาก นายแพทย์สมเกียรติ อาชานานุภาพ .ตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป
[/color]

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=3577

ออฟไลน์ น้องดา

  • VIP
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 2123
    209
  • เพศ: หญิง
  • -
    • -
    • อีเมล์
Re: หัดเยอรมัน
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 24/พ.ย./11 15:34น. »

น่ากลัวจังเลยหัดเยอรมันนี่   แต่มันก็มียาฉ๊ดตอนท้องแล้วไม่ใช่เหรอค๊ะพี่ชมจ๋า :'e:106

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: https://www.plengpakjai.net/index.php?topic=3577
-