รูปภาพเกี่ยวข้องกับบทเพลง > มาต่อเพลงกันเถอะ

มาต่อเพลงกันเด้อ หนุกๆ

<< < (956/1098) > >>

โชคดี:
>> เพลง เธอเกิดเป็นหญิงทำไม   
>> นักร้อง ธานินทร์ อินทรเทพ
    
เธอเกิดมาเป็น
ผู้หญิงทำไม เกิดมาเพื่อพร่าจิตใจ
ลวงฉันให้ หัวใจลุ่มหลง เสียแรงรัก ภักดีซื่อตรง
กลับทำฉันได้ลง ไม่กลัวบาปกรรม หรือเธอ
เธอเกิดมาเป็น ผู้หญิงทำไม เกิดมาเพื่อพร่าจิตใจ
ลวงฉันให้ หัวใจพร่ำเพ้อ หลงความหวาน อันแสนเลิศเลอ
เกมความรักจากเธอ มันเอ่อมันล้นทรวงใน
ดอกไม้ ยังมีวันเปลี่ยนสี เปรียบเหมือน จิตใจนารี
ยังมี วันเปลี่ยนผันใจ ผลไม้ยังเปลี่ยน
ความหวานไปได้ฉันใด ทั้งที่รู้ รู้อยู่แก่ใจ
ยังไม่วายปล่อยใจถลำ เธอเกิดมาเป็น ผู้หญิงทำไม
เกิดมาเพื่อพร่าจิตใจ ลวงฉันให้ หัวใจเจ็บช้ำ
ใช้ความสวย ช่วยเป็นสื่อนำ อยากจะถามสักคำ
เธอเกิดเป็นหญิงทำไม
เธอเกิดมาเป็น ผู้หญิงทำไม
เกิดมาเพื่อพร่าจิตใจ ลวงฉันให้ หัวใจเจ็บช้ำ
ใช้ความสวย ช่วยเป็นสื่อนำ อยากจะถามสักคำ
เธอเกิดเป็นหญิงทำไม

โชคดี:
เพลง ไม่รักไม่ว่า
ขับร้องโดย ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา

รู้รู้อยู่มิควรคู่
กับจอมใจ
วาสนาเราแสนไกลหนักหนา
แต่ความรักหักฉันใด
ไม่เลือนลา
แค่เพียงไม่เห็นดวงหน้า
เหมือนว่าจะบ้าตาย
สุดเหลือจะบอกเขาให้เข้าใจ
ว่าเรารักเท่าใด
จริงแค่ไหนทั้งใจและกาย
ให้คิดเลิกรักไปเหมือนให้ตาย
มันโหดร้ายเกินไปแก้วตา
.จอมใจไม่รัก
ก็ไม่ต้องรักต้องฝืน
จอมใจไม่ชื่น
ก็ไม่ต้องฝืนเวทนา
เพียงแต่ขอให้พี่รัก
ภักดีสุดา ก็สุขอุรา
เป็นวาสนาพี่นัก
ใจเธอนั้นจะรักชอบมอบผู้ใด
จะเป็นของใครเมื่อไหร่
ไม่ห่วงเลยที่รัก
ชาตินี้พี่น้อยบุญนัก
เจียมตนสู้ข่มรัก
สร้างกุศลรอชาติใหม่มี.

..ดนตรี...
..จอมใจไม่รัก
ก็ไม่ต้องรักต้องฝืน
จอมใจมิชื่น
ก็ไม่ต้องฝืนเวทนา
เพียงแต่ขอให้พี่รัก
ภักดีสุดา ก็สุขอุรา
เป็นวาสนาพี่นัก
ใจเธอนั้นจะรักชอบมอบผู้ใด
จะเป็นของใครเมื่อไหร่
ไม่ห่วงเลยที่รัก
ชาตินี้พี่น้อยบุญนัก
เจียมตนสู้ข่มรัก
สร้างกุศลรอชาติใหม่มี.

โชคดี:
เพลง มนต์รักเชียงใหม่
ขับร้องโดย ธานินทร์ อินทรเทพ

>> เพลง มนต์รักเชียงใหม่   
>> นักร้อง ธานินทร์ อินทรเทพ
    

โอ้งาม ล้ำเมือง เชียงใหม่ แม้ใคร ได้ไป ครั้งเดียว
ดุจมนต์ มัดใจ แน่นเหนียว แท้เทียว ดวงใจ ใฝ่ฝัน
โอ้งาม น้ำปิง ไหลล่อง พริ้วงาม ยามต้อง สีจันทร์
กลิ่นเอื้อง เสียงซึง ชวนฝัน ผาดอย ตระหง่านล้ำ ยืนเด่น
งาม น้ำตก สูงชัน เป็นเชิง ชั้นหลั่น กระเซ็น
เมฆฝน ลอยต่ำ ร่มเย็น แนวไม้ เป็นทิว เกลื่อนพลัน
เกี่ยวมือ สองเรา เที่ยวไป หัวใจ ก็เหนี่ยว ถึงกัน
ไม่ลืม ทุกสิ่ง อีกนาน ทุกคืนวัน ใฝ่ถึง เพียงเธอ
งาม น้ำตก สูงชัน
เป็นเชิง ชั้นหลั่น กระเซ็น เมฆฝน ลอยต่ำ ร่มเย็น
แนวไม้ เป็นทิว เกลื่อนพลัน เกี่ยวมือ สองเรา เที่ยวไป
หัวใจ ก็เหนี่ยว ถึงกัน ไม่ลืม ทุกสิ่ง อีกนาน
ทุกคืนวัน ใฝ่ถึง เพียงเธอ

โชคดี:
เพลง เธอคือใคร
ขับร้องโดย วงETC

ชั่วชีวิตที่เคยรักใคร ไม่เคยล้อเล่นกับหัวใจ
แต่ว่าทุกคน เข้ามาคบกัน ไม่นานเขาก็ไป
แต่ละครั้งก็คอยทุ่มเท แต่สุดท้ายก็ยังเสียใจ
เจ็บจนคุ้นเคย แต่ไม่ชอบเลย ที่ต้องไม่เหลือใคร

ดั่งฟ้า จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน
ให้ฉัน ต้องพบเจอแต่เจ็บความช้ำใจ
จนไม่รู้ ว่ารักแท้หน้าตาเป็นเช่นไร
ก็ยังไม่พบเจอใคร ที่รักกันจริงสักที

* จะมีไหมซักคน มาเปลี่ยนชีวิตของฉัน เธอคือใคร
ที่จะรักจริง ไม่ทอดทิ้งกัน อยากจะรู้
จะมีไหมซักใจ จะได้เจอะเจอ อยากรู้เธอคือใคร
ที่จะเป็นรักสุดท้าย ของฉันจริงๆสักที

อยากจะพบสักคนที่เข้าใจ ไม่ต้องพร้อมต้องดีมากมาย
อาจจะเถียงกัน อาจทะเลาะกัน เขายังไม่ไปไหน
อยากจะพบสักใจที่เข้ากัน อยู่กับฉันรักกันเรื่อยไป
อย่าแค่แวะมา ฝากแค่น้ำตา ให้ค้างคาในหัวใจ

ดั่งฟ้า จะแค่เพียงต้องการแกล้งกัน
ให้ฉัน ต้องพบเจอแต่เจ็บความช้ำใจ
จนไม่รู้ว่า รักแท้หน้าตาเป็นเช่นไร
ก็ยังไม่พบเจอใคร ที่รักกันจริงสักที



ไม่รู้จะเจอเมื่อไหร่ ก็เฝ้าแต่ถาม ก็ได้แต่ถามจากฟ้า

( ซ้ำ * )

โชคดี:
เพลง แฟนซีชีวิต
ขับร้องโดย รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส

เขาแต่งแฟนซี
มากมีต่างสีต่างสรร.
ดูล้วนแพรพรรณ
แข่งขันกันงามหนักหนา..
ฉันแต่งอย่างนี้
ไม่ใช่แฟนซีนะท่านเจ้าขา
เพราะยากแค้นอนาถา
แม้แต่เสื้อผ้าไม่มีชิ้นดี..
แม้เปรียบแฟนซี
ก็เป็นแฟนซีชีวิต.
มองแล้วต้องคิด
ชีวิตคนเราเหล่านี้.
ล้วนแตกต่างกัน
เหมือนผ้าแพรพรรณ
หลายหลากมากสี.
รวมทั้งคน.จนนี่
สุดแต่วิถีที่ตนเกิดตาย..
แต่แล้วบางคน
เขาไม่มองคนในแง่ชีวิต
เขากลับมองอาภรณ์น้อยนิด
ที่เราใช้ปิดปกป้องร่างกาย
ก็ให้เสื้อผ้า
เราซื้อหามาเพียงปิดความอาย
ค่าของคน เรามีมากมาย
กลับลดกาย ไปเทียบกับมัน.
เห็นแต่งกายดี ก็ผูกไมตรีเข้าไว้
ใจนะเป็นอย่างไร
ทราบไหมที่ไปผูกพัน..
แม้แต่งมอซอ ทำข้อรังเกียจ
หยามเหยียดเดียดฉันท์
ใส่หน้ากากหากัน
แต่งตัวเฉิดฉันท์ก็มีเกียรติดี.
เราหันไปยกย่อง
อาภรณ์ประดับร่างกาย
แล้วผู้คนที่จนเหลือหลาย
ก็คงแหนงหน่ายสิ้นไร้ราศี.
จงเป็นช่องให้
วายร้ายอาศัยมาร่วมคลุกคลี
เที่ยวแทรกแซงสังคมผู้ดี
ให้หมองมีราศียอกย้อน
แม้ถอดอาภรณ์
ร่างกายล่อนจ้อนเท่านั้น
คงเหมือนไปทั่วกัน
ท่านฉันไม่มีหลอกหลอน.
แม้นสิ้นลมปราณ
ของที่ต้องการก็เพียงกองฟอน
ควรยับยั้ง.สังวรณ์
อย่ามัวหลอกหลอนล่อลวงอยู่เลย




นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว

Go to full version