ผู้เขียน หัวข้อ: 5 อาหารต้านเศร้า ช่วยให้อารมณ์ดี  (อ่าน 206 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ทรงพล ลำพูน

  • เซียน
  • ****
  • ออฟไลน์
  • 481
    423
  • เพศ: ชาย


   ในยุคสมัยปัจจุบันที่รีบเร่งและรุมเร้าไปด้วยสิ่งต่างๆ รอบตัวมากมายจนสะสมเกิดเป็นภาวะเครียด จิตตก จมกับปัญหา ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย มากมาย โดยเฉพาะ “โรคซึมเศร้า” ภัยร้ายอันตรายเงียบที่ซุ่มแฝงตัวอยู่รอบข้างโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว นอกจากการเป็นผู้รับระบายฟังที่ดี การให้ความใส่ใจ รวมไปถึงการชักชวนให้ทำกิจกรรมเพื่อลดความวิตกกังวลจะช่วยบำบัดรักษาอาการป่วยให้ดีขึ้น “สารอาหาร” ใกล้ตัวเราบางชนิดที่เราๆ อาจจะไม่คาดคิดกลับมีคุณสมบัติวิเศษที่จะช่วยนำพาความสุขของเรากลับมาและคืนอารมณ์ขันเติมเต็มชีวิตอีกครั้ง
     1.ปลา
       
       เนื่องจากเมื่อร่างกายเกิดความวิตกกังวลหรือความเครียดจะส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด กระตุ้นให้ร่างกายทำงานเกินกว่าปกติ ทำให้อ่อนล้าเพลียแรง ห่อเหี่ยว ซึ่งการรับประทานอาหารประเภท “ปลา” ที่มีกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นบทบทสำคัญต่อการทำงานของระบบสมอง ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ epa (eicosapentaenoic acid) และ dha (docosahexaenoic acid) ที่ช่วยจัดกระบวนการความคิดการเรียนรู้ให้ดีขึ้น การรับประทานโอเมก้า 3 จึงทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด ป้องกันอาการทางจิตอื่นๆ ที่จะตามมาหากความเครียดสะสม
       
       2.ถั่วเปลือกแข็ง
       
       เนื่องจากอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 เช่นเดียวกับปลาน้ำลึกอย่าง ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรลและปลาแซลมอน ถั่วยังเต็มไปด้วยสารอาหารอื่นๆ อาทิ วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำหน้าที่ป้องกันความเครียดที่เกิดจากปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระ เช่นมลพิษจากสิ่งแวดล้อม รังสีความร้อนและอาหารไขมันสูง ที่สำคัญยังมีสารซีโรโทนิน สารจากธรรมชาติที่ช่วยลดความเครียด สารไทโรซีน ซึ่งเป็นสารที่ส่งผลต่ออารมณ์ให้มีความตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิ ซึ่งสารนี้จำเป็นจะต้องใช้สารอาหารอย่างโปรตีนที่พบมากอย่างในถั่วเหลืองไปช่วยให้สมองมีความกระฉับกระเฉงตื่นตัวมากขึ้นนั้นเอง
3.ผลไม้ ผักใบเขียวต่างๆ
       
       อาทิ ใบตำลึง ผักขม บล็อกโคลี่ มะเขือเปราะ ส้ม มะนาว ฝรั่ง และมะขามป้อม เพราะนอกจากจะมีสารซีโรโทนินสารจากธรรมชาติที่ช่วยลดความเครียดแล้วนั้น ยังเต็มไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและเพิ่มให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานดีขึ้น โดยเฉพาะลดระดับที่มากเกินไปของฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกขับออกมาในขณะที่ร่างกายมีความเครียด เพื่อช่วยให้ร่างกายเพิ่มพลังในการต่อสู้กับความเครียด ยิ่งไปกว่านั้นในผักใบเขียวและผลไม้ส่วนใหญ่จะพบว่ามีวิตามินบีรวมสูง ซึ่งวิตามินบีรวมนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานจากสารอาหารให้กับสมองและระบบประสาท เพราะขณะเครียดสมองต้องใช้พลังงานมากขึ้นทวีคูณ วิตามินบีจึงถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้สมองขาดพลังงานในการทำงาน ก่อให้เกิดความเครียดมากขึ้น ผู้ที่ขาดวิตามินบีถึงแม้จะได้รับสารอาหารมากมายเท่าไรก็ตาม สารอาหารเหล่านั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้สมองได้ สมดุลของร่างกายและอารมณ์แปรปรวนอันนำไปสู่ความซึมเศร้าท้ายที่สุด
       
       4.นม
       
       หรือผลิตภัณฑ์จากนมประเภทต่างๆ อย่าง นมเปรี้ยว โยเกิร์ต หรือไอศกรีม เพราะเป็นแหล่งอาหารที่มีสารแมกนีเซียมสูง ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า แมกนีเซียมและแคลเซียม ในนมมีฤทธิ์ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาความรู้สึกกดดัน คลายการเกร็งตัวของระบบประสาทที่ทำให้เกิดความเครียด ยังประกอบด้วยทริปโตเฟน (กรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารอื่นซึ่งสมองสามารถนำไปใช้เมื่อรวมเข้ากับวิตามินบี3 วิตามินบี 6 และแมกนีเซียม) ช่วยทำให้จิตใจสงบ
       
       5.ไข่ไก่และเนื้อไก่
       
       แหล่งโปรตีนชั้นดีเป็นคลังโภชนาการของมนุษย์เลยก็ว่าได้ เพราะอุดมด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟนทำหน้าที่ช่วยให้ผ่อนคลาย สงบ นอกจากนี้ยังมีสารเลซิตินที่มีคุณประโยชน์ในการบำรุงสมอง ทำให้ถ้ารู้สึกสมองไม่สดใส เมื่อยล้า เลซิตินในไข่แดงจะช่วยฟื้นฟูบำรุงสมองให้ความสดใส และ วิตามินบี ที่มีประโยชน์คลายความเครียด บรรเทาความเมื่อยล้าและฟื้นฟูกำลังวังชา

ขอขอบคุณข้อความดีๆจาก ผู้จัดการออนไลท์


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=37938

ออนไลน์ พีรชา

  • ปรมาจารย์
  • ***
  • ออนไลน์
  • 352
    119
Re: 5 อาหารต้านเศร้า ช่วยให้อารมณ์ดี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 25/ก.ค./17 18:56น. »

 psi200ขอบคุณที่ค้นหา เรื่องราว อาหารต้านเศร้า มาเล่าสู่กันฟัง นะครับ คุณทรงพล ลำพูน และขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลท์
ด้วยครับ :'e:31

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=37938