ผู้เขียน หัวข้อ: อ้วนลงพุง "เพชฌฆาตเงียบ"  (อ่าน 138 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ทรงพล ลำพูน

  • ปรมาจารย์
  • ***
  • ออฟไลน์
  • 449
    401
  • เพศ: ชาย
อ้วนลงพุง "เพชฌฆาตเงียบ"
« เมื่อ: 21/ก.ค./17 19:24น. »


........ท่ามกลางภาวะสังคมปัจจุบัน ผู้คนต่างต้องใช้ชีวิตที่เร่งรีบอยู่ตลอดเวลา ต้องรีบไปให้ทันนัดหมายหรือรีบปั่นงานให้ทันกำหนดเวลาและเงื่อนไข ทำให้บ่อยครั้งเราลืมใส่ใจสุขภาพร่างกายตัวเองไปเสียสนิท และหลังจากการทำงานอันยาวนานและแสนจะเหนื่อยล้า เราก็มักจะคว้าขนมหรือของทานเล่นที่อยู่ใกล้ตัวมาดับความหิวในทันที ซึ่งส่วนใหญ่ปราศจากสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มิหนำซ้ำยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพอีกด้วย จึงเป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และหากไม่ระวังให้ดี พฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้อย่างง่ายดาย
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า มีคนไทยประมาณ 17.4 ล้านคน (ร้อยละ 26 ของประชากรทั้งหมด) อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน โดยในจำนวนนี้ มีจำนวนผู้หญิงอ้วนมากเกือบ 2 เท่าของจำนวนผู้ชายอ้วน แบ่งเป็นผู้ชายจำนวนร้อยละ 28.4 และผู้หญิงร้อยละ 40.7 สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ประเทศไทยยังติดอยู่ในห้าอันดับแรกของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีจำนวนผู้อยู่ในภาวะโรคอ้วนสูงที่สุดด้วย
       
       ภาวะอ้วนลงพุง เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มผู้ใหญ่วัยกลางคนและเด็ก ๆ ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยคิดเป็นร้อยละ 20-30 ของกลุ่มประชากรดังกล่าว อัตราความชุกของภาวะอ้วนลงพุงในคนไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปพุ่งสูงอยู่ที่ร้อยละ 32.1 (16.1 ล้านคน) แบ่งเป็นผู้ชายจำนวนร้อยละ 18.6 และผู้หญิงร้อยละ 45 คำว่าภาวะอ้วนลงพุง หรือที่ตอนนี้รู้จักกันว่าเป็น “เพชฌฆาตเงียบ” คนใหม่ ถือเป็นกลุ่มความผิดปกติที่ต้องให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง ที่มีหลักการสังเกตจากขนาดเส้นรอบเอวที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลสูง รวมทั้งความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคเก๊าท์ ต้อกระจก ไขข้อเสื่อม และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และอาจลุกลามไปสู่การป่วยเป็นโรคที่รุนแรงขึ้นเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเบาหวานได้ นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจ เช่น อาการสมองเสื่อมและภาวะซึมเศร้าหดหู่ด้วย
       
       หากเปรียบเทียบสถิติข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก อัตราผู้ป่วยโรคอ้วน ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะอ้วนลงพุงโดยตรง กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ เมื่อเทียบกับในประเทศฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เช่น ในประเทศเวียดนามพบว่า จำนวนผู้ป่วยเป็นโรคอ้วนเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 38 จากปีพ.ศ. 2553-2557 ในขณะที่อินโดนิเซียและมาเลเซียเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ส่วนประเทศไทย สิงค์โปร์ และฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 25-27 สาเหตุเกิดจากการขาดการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่ขาดสมดุล ภาวะความเครียด และปัจจัยที่น่ากังวลอื่น ๆ ที่มาจากไลฟ์สไตล์ที่เคร่งเครียดและเร่งรีบ ในปัจจุบันปัจจัย 7 ประการต่อไปนี้ ที่อาจส่งผลให้ผู้คนประสบภาวะอ้วนลงพุงได้

        อายุ
       ยิ่งอายุมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะอ้วนลงพุงได้ง่ายขึ้น
       
       เพศ
       เพศชายเสี่ยงที่จะอ้วนลงพุงมากกว่าเพศหญิง
       
       เชื้อชาติ
       คนเอเชียมีความชุกที่จะอ้วนลงพุงได้ง่ายกว่าเชื้อชาติอื่น
       
       ยีนหรือพันธุกรรม
       มีโอกาสอ้วนลงพุงสูงขึ้น หากพ่อแม่มีภาวะอ้วนลงพุงด้วย
       
       ระดับชั้นในสังคม
       คนที่อยู่ในชนชั้นล่างและมีการศึกษาน้อยมีโอกาสอ้วนลงพุงได้ง่ายกว่า
       
       การรับประทานอาหาร
       อาหารที่คุณรับประทานมีส่วนสำคัญอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น อาหารเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดโอกาสเสี่ยงของภาวะอ้วนลงพุงได้ถึงร้อยละ 20
       
       การออกกำลังกาย
       การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้ร้อยละ 25
ผมแค่อยากจะบอกเรื่องสำคัญง่าย ๆ ที่ทุกคนรู้กันดี นั่นก็คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ บวกกับการได้รับโภชนาการที่ดีและออกกำลังกาย จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคอ้วนและภาวะอ้วนลงพุงได้เป็นอย่างดี พึงจำไว้เสมอว่า โภชนาการที่สมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่มีช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน อาหารที่มีสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และน้ำในระดับที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรงและน้ำหนักที่พอดี แถมช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ด้วย อาหารเสริมทดแทนมื้ออาหารก็มีประโยชน์เช่นกัน เพราะช่วยให้คุณได้รับโภชนาการที่เหมาะสมในแต่ละวันได้ รู้ไว้ว่าอาหารที่สมดุลต้องเป็นอาหารที่มีคุณภาพและหลากหลายตามแต่ความชอบ ไม่ชอบ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
       
       ไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงและแข็งแรงก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและทำงานได้ดีขึ้น เมื่อหลอดเลือดทำงานได้ดี เลือดก็จะไหลเวียนได้ดีและไปหล่อเลี้ยงบำรุงหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารไนตริกออกไซด์ที่จำเป็นต่อการควบคุม ดูแล และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือด ยิ่งไปกว่านั้น การพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์สุขภาพดี เราต้องจำไว้เสมอว่า การนอนหลับสนิทอย่างมีคุณภาพก็ช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ และเอื้อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีได้เช่นเดียวกัน
       
       ผมขอสรุปทิ้งท้ายว่า “ความตระหนักรับรู้และเข้าใจ” คืออาวุธป้องกันภัยร้ายอย่างภาวะอ้วนลงพุงที่ดีที่สุด เมื่อเราเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงประโยชน์ของการมีไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงแข็งแรง และการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโภชนาการที่เหมาะสม เช่นผักและผลไม้สด ซึ่งซื้อหาได้ทั่วไปในประเทศไทยแล้ว คนไทยก็จะสามารถก้าวไปสู่หนทางของการมีสุขภาพที่แข็งแรงและดีงามได้ในเร็ววัน

บทความโดย ดร. ชิน-คุน หวัง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเมตาบอลิซึมและโภชนาการ และเน้นศึกษาวิจัยระบบเมตาบอลิซึมของมนุษย์และการประเมินผลทางคลินิกของอาหารเสริม โภชนเภสัช อาหารฟังก์ชั่นและสมุนไพร

 


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=37926

ออฟไลน์ คนนนท์

  • เทพ
  • *****
  • ออฟไลน์
  • 669
    254
  • เพศ: ชาย
    • อีเมล์
Re: อ้วนลงพุง "เพชฌฆาตเงียบ"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 18/ส.ค./17 09:47น. »

เส้นรอบพุงผมเกินความสูงหารสองแล้ว เข้าจำพวกอ้วนลงพุง พยามยามจะลดอาหารเย็นและออกกำลังกายแล้ว แต่ยังไม่มีวินัย ทำไม่ได้ทุกวัน จะพยายามต่อไป ขอบคุณที่กระตุ้นเตือนกันครับ  psi200

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=37926

ออนไลน์ พีรชา

  • ปรมาจารย์
  • ***
  • ออนไลน์
  • 283
    63
Re: อ้วนลงพุง "เพชฌฆาตเงียบ"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 04/ก.ย./17 20:08น. »

 psi200 ถ้าตั้งใจลดน้ำหนักจริงๆ ก็ลดได้ แต่ส่วนใหญ่ ลดไปสักพักก็เหมือนเดิม เพราะความอดทนมีน้อย  คนที่จะลดได้ต้องมีความตั้งใจ ที่จะลดน้ำจริงๆ จึงจะทำได้ ขอบคุณสำหรับสาระดีๆที่นำมาเล่าสู่กันฟังครับ ช่วยได้เยอะทีเดียว ขอบคุณครับ :'e:31

+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=37926