ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้ารักผม โปรดดูแลผม ด้วยน้ำมัน 5 ชนิด  (อ่าน 820 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ แมวดำ

  • ปรมาจารย์
  • ***
  • ออฟไลน์
  • 333
    495
  • เพศ: หญิง
  • ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก
    • อีเมล์


     ใครที่กำลังประสบปัญหาเส้นผมขาดหลุดร่วง หยาบกระด้าง รังแค หรือผมหงอกก่อนวัยอันควรฟังทางนี้ เพราะปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วยน้ำมัน ซึ่งน้ำมันจัดได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้สภาพเส้นผมและหนังศีรษะของคุณนั้นมีสุขภาพดีได้ ตามมาดูดีกว่าว่ามีน้ำมันอะไรบ้าง
  1.น้ำมันมะพร้าว
       
       น้ำมันมะพร้าวเหมาะสำหรับผู้ที่มีผมหงอกก่อนวัยอันควร อีกทั้งยังสามารถกำจัดรังแค ช่วยเรื่องหนังศีรษะแห้ง ช่วยให้ผมดำเงางาม ป้องกันผมขาดหลุดร่วง และป้องกันศีรษะล้านได้ เพียงชโลมน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วศีรษะแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที จากนั้นสระแล้วล้างออกให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
       
       2.น้ำมันมะกอก
       
       น้ำมันมะกอกเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาบำรุงผมเพราะในน้ำมันมะกอกนั้นมีวิตามิน A,E และ K และ Squalene ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผมและทำให้ผมมีสุขภาพดี โดยเฉพาะผู้ที่มีเส้นผมที่แห้ง หยาบกระด้าง แตกปลายและผมร่วง สามารถนำน้ำมะกอกมาชโลมแล้วนวดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วสระออกตามปกติ ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ1-2 ครั้ง
       
       3.น้ำมันโจโจบา
       
       น้ำมันชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ผมแห้งพันกัน เป็นรังแคและคันหนังศีรษะ เพราะมีคุณสมบัติสามารถช่วยลดแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบบริเวณผิวหนังหนึ่งในปัญหาเรื่องรังแคได้ ซึ่งน้ำมันที่สกัดมาจากผลของโจโจบา มีลักษณะเป็นแว็กซ์กึ่งของเหลว อุดมไปด้วยวิตามินแร่ธาตุต่างๆ นั่นเอง

      4.น้ำมันเมล็ดอัลมอนด์
               
       เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผมร่วงและมีอาการเสี่ยงว่าจะหัวล้าน ซึ่งน้ำมันชนิดนี้สามารถทำให้ผมงอกใหม่ได้ถึง 4 นิ้วในเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น เพราะน้ำมันชนิดนี้เต็มไปด้วยวิตามินอีที่เป็นตัวช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผมอีกทั้งยังช่วยบำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนักและนุ่มสลวย
       
       5.น้ำมันอะโวคาโด
       
       น้ำมันอะโวคาโดถือได้ว่าเป็นน้ำมันชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหมาะแก่การบำรุงและดูแลเส้นผม เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผมแห้งเสีย ผมบาง ผมขาดหลุดร่วงและไร้น้ำหนัก เพียงชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ก่อนสระผมหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผมก็ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้น้ำมันชนิดนี้ช่วยทำให้ผมของคุณกลับมาดูมีชีวิตชีวาได้ และเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ได้อีกด้วย

ขอขอบคุณ ข้อความดีๆ จาก ASTVผู้จัดการออนไลน์
ขอบคุณมากคะ


ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=34979
orapin

ออฟไลน์ จรูญ ลพบุรี

  • มืออาชีพ
  • **
  • ออฟไลน์
  • 115
    102
  • เพศ: ชาย
  • เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปัน เคารพมั่นในกฏกติกา
Re: ถ้ารักผม โปรดดูแลผม ด้วยน้ำมัน 5 ชนิด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 29/พ.ย./15 15:15น. »

ดีมากเลยครับ  ขอบคุณ คุณแมวดำครับ  ผมขอเพิ่มวิธีป้องกัน
นำมาจาก  http://frynn.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87/
วิธีป้องกันผมร่วง
1.   ดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ทั่วร่างกาย หลีกเลี่ยงความเครียด นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สบาย ไม่ปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความเครียดก็จะสามารถช่วยลดปัญหาได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุลเป็นปกติอีกด้วย
2.   รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเหมาะสม โดยรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และถูกสุขลักษณะ (เพิ่มวิตามินหรือเกลือแร่เสริมในกรณีที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่) เน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดอาหารที่ใส่ผงชูรส งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
3.   เลิกไดเอทแบบผิดวิธี โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเส้นผมมาก ในแต่ละวันเราควรได้รับโปรตีนประมาณ 46 กรัม หรือประมาณ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ถ้าคุณกำลังลดน้ำหนักด้วยวิธีการไดเอทแบบผิด ๆ ด้วยการอดอาหารบ่อย ๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเส้นผมถึงเปราะบางและหลุดร่วงง่ายขนาดนี้
4.   สระผมอย่างถูกวิธี คุณไม่ควรสระเกินวันละ 1 ครั้ง ก่อนการสระผมด้วยแชมพู ควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าก่อนเป็นเวลา 15 วินาที ก่อนที่จะลงแชมพูทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเรือนผมออกไปก่อน แล้วจึงใช้แชมพูสระผมทำความสะอาดอย่างล้ำลึกต่อไป และในขณะสระผมก็ไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรง ๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ แต่ให้เปลี่ยนมาสระผมโดยใช้วิธีนวดหนังศีรษะแทน โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบา ๆ ในขณะสระผม ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย
5.   เลิกสระผมด้วยน้ำอุ่น หลายคนอาจจะรู้สึกฟินเวลาที่สระผมด้วยน้ำอุ่น แถมยังคิดไปว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นจะช่วยชะล้างความสกปรกที่เกาะติดเส้นผมได้มากกว่าน้ำอุณหภูมิปกติ แต่ความจริงแล้วน้ำอุ่นนี้แหละที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงในการทำร้ายเส้นผมของเรา ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะแห้ง จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอและหลุดร่วงจากหนังศีรษะได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วหันมาใช้น้ำอุณหภูมิปกติในการสระผม ก็จะช่วยลดปัญหาผมร่วงที่เกิดขึ้นได้
6.   เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม เลือกใช้แชมพูอ่อน ๆ ที่มีส่วนประกอบแบบ organic และไม่เป็นด่างมากเกินไป แชมพูและครีมนวดให้เลือกที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเอง และเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม
7.   อย่าทำรุนแรงกับผมในขณะผมเปียกชื้น ลำพังแค่การหวีผมแรง ๆ ก็เป็นตัวทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณยังทำรุนแรงกับเส้นผมขณะที่ยังเปียกอยู่ด้วยแล้ว ก็คงยากที่เส้นผมจะแข็งแรง เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นการหวีผมหรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ การผูกผมในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผมและโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายไปได้
8.   หลีกเลี่ยงการจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน การไดร์ผมหรือหนีบผมด้วยความร้อนเป็นประจำ จะเป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรงมาก ๆ เพราะความร้อนจากการจัดแต่งทรงผมจะไปทำลายเคลือบผมและโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ส่งผลให้ผมแห้งเสียแตกปราย เปราะบางและหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้พัดลมเป่าผมแทน หรือเลือกปรับโหมดไดร์เป่าผมให้เป็นแบบลมเย็นธรรมดา หรือถ้าจำเป็นต้องไดร์ร้อนก็ให้ถือไดร์ให้ห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต หรือเคลือบเส้นผมด้วยเซรั่มป้องกันความร้อนก่อนการจัดแต่งทรงผม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมของคุณหลุดร่วงได้
9.   ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผิดประเภท ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมส่วนมากจะมีเนื้อหนาและหนักเพื่อช่วยล็อกทรงผมให้อยู่ทรงได้ตลอดทั้งวัน และมักมีส่วนผสมของแอกอฮอล์อยู่มาก ซึ่งเจ้าแอลกอฮอล์นี่แหละที่เป็นตัวการทำให้ผมแห้งเสียแตกปลายได้ ดังนั้นการหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่มีเนื้อบางเบา หรือแบบสเปรย์ที่ไม่ได้เกาะติดอยู่บนผมจนทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะ ก็จะช่วยลดปัญหาผมแห้งเสียซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผลร่วงได้
10.   หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ใช้กับผม เช่น การย้อมสีผม การยืดผม เป็นต้น
11.   ควรทำความสะอาดหวีหรือแปรงอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง เนื่องจากสิ่งสกปรกและน้ำมันที่ตกค้างอยู่ตามวอกหวีหรือแปรง อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคที่กลับเข้าสู่หนังศีรษะและเส้นผมของเรา ทำให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นเชื้อราที่นำไปสู่ปัญหาผมร่วงที่ไม่พึงปรารถนา
12.   ไม่มัดผมแน่นเกินไป การมัดผม รวบผม หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไปก็อาจเป็นการทำร้ายเส้นผมของคุณได้ เพราะนอกจากจะทำให้โครงสร้างของเส้นผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปแล้ว ยังอาจไปทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย ดังนั้นอย่าพยายามมัดผมหรือถักเปียบ่อย ๆ ควรปล่อยผมให้ทิ้งตัวสบาย ๆ บ้าง หรือเลือกทรงผมที่ไม่ดึงรั้งผมมากจนเกินไป หลีกเลี่ยงการสวมหมวก ก็จะเป็นการช่วยทำให้เส้นผมของคุณมีสุขภาพดีขึ้นมาได้บ้าง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาผมเปราะบางหลุดร่วงได้อีกทางหนึ่งด้วย
13.   ไม่เข้านอนและมัดผมในขณะผมยังเปียกชื้นอยู่ เนื่องจากเชื้อราที่เกิดจากความเปียกชื้นจะก่อตัวกับกลุ่มกันที่บริเวณหนังศีรษะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ความชื้นจะแพร่กระจายไปยังหมอนและกลายเป็นเชื้อราที่มารังควานศีรษะเรา ทำให้หนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ เกิดอาการคัน และเป็นรังแค ทำให้รากผมไม่แข็งแรง สุดท้ายผมก็จะเปราะบางและหลุดร่วงไปในที่สุด
14.   ไม่ใช้แชมพูแห้งบ่อย ๆ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบใช้แชมพูแห้งบ่อย ๆ เพราะต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาสระผมและเป่าแห้ง ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงได้เช่นกัน เนื่องจากการใช้แชมพูแห้งสระผมจะทำให้มีสารตกค้างอยู่บนเส้นผม ทำให้เกิดการอุดตันหนังศีรษะและเส้นผม จนผมไม่สามารถรับสารบำรุงใด ๆ ได้ ก่อให้เกิดอาการเปราะบาง และผมก็หลุดร่วงได้ง่าย ๆ ดังนั้นหากคุณไม่เร่งรีบมากจนเกินไปก็ควรจะเลือกทำความสะอาดเส้นผมด้วยการสระผมจะดีกว่า
15.   ไม่ตากแดดนาน ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง เพาะรังสียูวีเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นและทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการชโลมเซรั่มบำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถปกป้องสุขภาพเส้นผมของคุณได้
16.   หลังการว่ายน้ำคุณควรล้างผมด้วยน้ำสะอาดในทันที
17.   รักษารังแค ปัญหารังแคเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ ประเด็นอยู่ตรงที่ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผมหลุดร่วงแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง ฉะนั้นคงจะดีกว่าถ้าคุณแก้ปัญหารังแคได้ เพราะจะทำให้อาการคันหนังศีรษะหมดไป ซึ่งคุณอาจจะเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของซีลีเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ก็ได้ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางรักษาต่อไป
18.   เลือกใช้ยาคุมกำเนิดสักนิด โดยปกติแล้วสาว ๆ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาผมหลุดร่วงได้ง่ายเมื่อมีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผ่านพ้นช่วงการมีประจำเดือนไปแล้ว แต่ผมของคุณยังหลุดร่วงอยู่ นั่นอาจเป็นผลขางเคียงของยาคุมกำเนิดที่คุณกำลังรับประทานอยู่ก็ได้ เนื่องจากยาคุมกำเนิดส่วนมากนี้จะมีฮอร์โมนเพศชายผสมอยู่มาก แต่คุณสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้โดยการเปลี่ยนมารับประทานยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเพศชายในปริมาณน้อย ๆ (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ก็จะช่วยลดปัญหาผมบางจากพันธุกรรมได้พอสมควร
19.   ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด หรือยาที่มีสาวนผสมของกลุ่มฮอร์โมน คุณอาจต้องเจอกับปัญหาผมร่วงมากกว่าติอันเนื่องมากจากผลข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งกรณีนี้คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป
20.   นวดศีรษะด้วยมือเป็นประจำ วันละไม่กี่นาที เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ นอกจากนี้คุณอาจจะนวดศีรษะด้วยวิตามินอี น้ำมันดอกวาเดอร์ นวดด้วยน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ น้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น หรือนอนให้ศีรษะต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเป็นบางช่วง เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ไปที่บริเวณศีรษะ โดยให้ทำครั้งละ 15 นาทีต่อวัน
21.   หมักผมด้วยสารจากธรรมชาติบางชนิด เช่น น้ำผึ้งผสมไข่แดง, น้ำแอปเปิ้ลหมัก 1/2 ชั่วโมง แล้วล้างออกก่อนสระผม ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมและลดผมร่วงได้
22.   สมุนไพรป้องกันผมร่วง เช่น ใช้ใบสดซองแมว (Gmelina villosa Roxb) นำตำพอกศีรษะ, ดอกแค (Sesbania grandiflora Poiret ), วุ้นว่านหางจระเข้, ชาเขียว นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในชาเขียวยังช่วยป้องกันกันผมร่วงรวมถึงการเร่งให้เส้นผมเจริญเติบโตได้ดีขึ้นอีกด้วย โดยการต้มน้ำชาเขียวสัก 2 ถุงต่อน้ำ 1 ถ้วย จากนั้นทิ้งไว้ให้อุ่นพอประมาณ แล้วนำมาใช้ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนจะล้างออก เป็นต้น
23.   หากมีปัญหาผมร่วงผมบาง คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาทางรักษาโดยด่วน อย่าปล่อยไว้เนิ่นนานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านจนยากจะแก้ไขได้


+0 โดย

ลิ้งค์หัวข้อ: http://www.plengpakjai.net/index.php?topic=34979